วันพฤหัสบดีที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2562
วันเด็ก
วันเด็กเมื่อหลายสิบปีก่อน อืมมม...ก็สักประมาณ 46 ปีที่แล้ว
สำหรับเด็กยุคนั้นมันมีความหมายมาก สนุกมาก บันเทิงสุด
มีกิจกรรมที่โรงเรียนในเช้าวันเสาร์ มีขนมแจก ของกินเพียบ
เด็กสามตำบล อันประกอบด้วย หนองไขว่ น้ำก้อแกเครือ
ตำบลลานบ่า มาที่โรงเรียนบ้านหนองไขว่ราษฎร์ผดุง
เด็กเกือบพันเชียว..โรงเรียนเราใหญ่มาก..อาคารเรียนหลังเดียว
เป็นอาคารไม้เก่าคร่ำคร่า อาคารทรงปั้นหยายกสูงสองชั้น
เป็นอาคารประถมต้น อาคารชั้นเดียวเป็นอาคารประถมปลาย
อาคารประถมต้นนี่แหละเป็นอาคารที่น่าจดจำที่สุด
เพราะชั้นเรียน ป.1-ป.2 จะเป็นอาคารชั้นล่างติดดิน
กวาดฝุ่นออกไป เหลือดินแข็งแข็งปานลานซีเมนต์
นั่นแหละที่เล่นสนุกกันนัก ยิ่งหน้าหนาวแบบนี้ หนาวนัก
ฝุ่นจับขาแตกและส่วนใหญ่เราไม่ใส่รองเท้า ตีนแตก
ขาแตก เลือดซิบ แต่บ้านผมไม่มีใครขาแตก ลูกครูนี่
ต้องพิเศษกว่าคนอื่นเพราะแม่เฮี้ยบมาก จับอาบน้ำอุ่น
เอากาบมะพร้าวขัดหนังที่จะแตกออกเนื้อเลยใสกิ๊ก
วันนี้ของ 46 ปีก่อนมีเรื่องราวที่อยู่ในความทรงจำ
วันศุกร์หน้าเสาธง ครูเติม เมืองทอง ครูใหญ่คนแรกของชีวิตผม
ประกาศว่าจะมีพี่พี่จากธรรมศาสตร์มาจัดงานวันเด็กให้
ยุคนั้นนักศึกษาเค้าเข้าเพชรบูรณ์เยอะครับ มาเล่าการเมือง
ผมเนี่ยรับไปเยอะเลยเชียว..ติดอยู่ในหัวจนกระทั่งทุกวันนี้
ไอ้เรื่องต่อต้านกระแสทุนนิยมนี่แหละ มาจากตรงนั้นเลย
เสาร์อาทิตย์ พี่พี่เค้าก็ยังเคยพาพวกเราฝึก ทำระเบิด
เล่าเรื่องสนุก ๆ สารพัดที่เราไม่เคยรู้ในกรุงเทพให้ฟัง
หลังจากครูเติมประกาศคืนนั้นทั้งคืนนอนไม่หลับ
ตื่นเต้นมาก จะได้ไปงานวันเด็ก ปีนึงมีงานแบบนี้หนเดียว
มีเกมวิ่งวิบาก ที่หัวร่อกันท้องคัดท้องแข็ง ได้ชักคะเย่อ
ได้ดูละครหน้าขาวของพี่พี่ ได้ร้องเพลงแปลก ๆ สนุกสนาน
มีขนมโก๋กิน มีไอติมหวานเย็นชื่นใจ โห เยอะแยะตาแป๊ะนัง
พอประมาณสามทุ่มเสียงรถหวอดังลั่นหมู่บ้าน เราออกมาชะเง้อ
เสียงชาวบ้านเอ็ดอึงว่าไฟไหม้โรงเรียน ข่าวร้ายกลางดึก
ก่อนถึงวันเสาร์ วันเด็กแห่งชาติ วันที่เรารอคอย
คำขวัญวันเด็ก "ยามเด็กจงหมั่นเรียนเพียรกระทำดี
เติบใหญ่จะได้มีความสุขความเจริญ"ชองจอมพลถนอม กิตติขจร
แต่กระนั้นเราก็ยังมาโรงเรียนแต่เช้าครู่ เพราะยังพอมีหวัง
จากบ้านเดินมาโรงเรียนประมาณสามกิโลเมตรลัดเลาะ
ถนนคนเดินตามห้วยแม่น้ำก้อมา ภาพในความทรงจำ
คืออาคารใหญ่ขนาดสามสิบกว่าห้องเรียนเหลือแต่เสา
หลังคามุกกลางเท่านั้นที่พอมีสังกะสีอยู่ ระฆัง โรงเรียน
หลอมเป็นก้อนทองเหลืองสุกปลั่งปานทองคำ ก้อนนึง โต๊ะเรียน
และอุปกรณืการเรียนทั้งหมดเป้นขี้เถ้า หีบเหล็ก เก็บเอกสาร
ตู้เหล็กเก็บเอกสารทะเบียนการเรียน ใบสุทธิ ไหม้หมด
อ้อ ยุคนั้นใครไม่ส่งลูกเรียนจนจบ ป.4 มีโทษทางกฎหมายด้วยนะ
พี่พี่ นักศึกษาไม่ได้มา คงมีการระงับการเข้าพื้นที่จากทหาร
เอ้อ หนอความจำดี ๆ ในวันเด็กมีเยอะ แต่ไอ้ที่จำแม่น
เนี่ยก็ปีนั้นแหละครับ ปีที่ไฟไหม้โรงเรียน
ในภาพคือครูเชิด จันทร์ลา ครู ป.4 พ่อผมกะลูกชายคนเล็ก
(น้องชายคนสุดท้องของผม)
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น