เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2008 ที่ผ่านมาได้ไปงานคริสตมาสที่ตำบลหนึ่ง
เห็นเด็กหญิงอายุ 15 ปี ร้องเพลง อยากจะเป็นคนดี ๆ อยู่บนเวที
ทำให้สมองรีเพลย์ภาพย้อนกลับไปเมื่อ เดือนมีนาคม 1996
คือ 11 ปีที่ผ่านมา
ก่อนหน้านั้นเด็กน้อยคนนี้คือเด็กที่มาจากครอบครัวที่น่าเห็นใจ
คุณพ่อทิ้งไปตั้งแต่หนูน้อยอายุไม่ถึงเดือน
มีพี่ชายที่อายุห่างกันประมาณ 3 ปี คนพี่เป็นปานดำเป็นปื้น ๆ
ทั่วทั้งร่างกาย คุณแม่เป็นช่างเย็บผ้าอยู่ที่หน้า โรงพยาบาล
ภาพครอบครัวนี้เป็นภาพที่ยังจำได้แม่นยำ
เพราะสถานการณ์ครอบครัวเต็มไปด้วยความโศกเศร้า
เวลาคุณแม่ของหนูน้อยเล่าเรื่องราวของตนให้ฟัง เธอจะร้องไห้ไม่หยุด
จนวันหนึ่งครอบครัวนี้ได้รับเชื่อในพระเยซูคริสต์
ครอบครัวนี้ได้ให้ทางคริสตจักรอธิษฐานขอให้สามีของเธอ
กลับมาอยู่ร่วมกับครอบครัว
และอัศจรรย์ครับไม่ถึงสองเดือน สามีที่หายไป 2 ปี
ไม่เคยได้ข่าวคราวอันใดเลยกลับคืนมาอย่างอัศจรรย์ ค
รอบครัวได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขอีกครั้ง
หลังจากต้องระทมทุกข์ ดูแล ลูก ๆ เพียงลำพังมากว่า 2 ปี
แต่แล้ว
วันหนึ่งเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น
คืนวันหนึ่งได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซค์
วิ่งอย่างเร่งรีบมาจอดที่ลานหน้าคริสตจักร
เสียงคุณพ่อของเด็กน้อยร้องเรียกผม ว่า
"อาจารย์ครับ อาจารย์ครับ น้องอิงถูกยิง
แพทย์จากหล่มสักส่งต่อไปเพชรบูรณ์
อยู่โรงพยาบาลเพชรรัตน์เป็นตายเท่ากัน"
ผมตกใจครับ รีบแต่งตัวออกมาพร้อมกับภรรยา
ขับรถมิตซูบิชิคู่ชีพวิ่งแน่วไปที่โรงพยาบาลเพชรรัตน์
ที่อยู่ห่างออกไป 45 กม. พอไปถึงโรงพยาบาล ภาพที่เห็นคือ
คุณแม่ของเด็กน้อย กอดกันร้องไห้กับภรรยาผู้นำอำเภอบึงสามพัน
อันแสดงว่าอาการน่าเป็นห่วง
ด้วยปกติของผมเองยามเมื่อเจอสถานการณ์ร้าย ๆ จะยิ้มทักทายไว้ก่อน
พอคุณแม่เขาเห็นผมมาแล้วยิ้มให้ เขาทำหน้าประหลาด ๆ ชอบกล
มองนิ่งอยู่พักหนึ่ง (เหมือนคิดทบทวนอะไรอยู่ในใจ)
แล้วก็ปล่อยโฮ ออกมาอีก จากนั้นก็เล่าให้ฟังว่า
"น้อง อิงชะตาขาด(พูดตามประสาผู้เชื่อใหม่ครับ)
มีหมอดูคนหนึ่งที่หมู่บ้านห้วยลานและตำบลใกล้เคียง
เชื่อถือมาก ๆ ทักเมื่อสองสามเดือนที่ผ่านมาว่าเด็กน้อยคนนี้
อายุไขหมดไปแล้ว จะจากไปไม่ทันได้โตเป็นสาว
เพราะเขาได้รับอนุญาติให้มาแค่นี้ อีกทั้งหมอดูคนนี้
เคยทักคุณพ่อของเธอเอง(คุณตาของเด็กน้อย)
ว่าจะเสียชีวิต ไม่เกิน 7 วัน ไม่ถึง 7 วัน
หลังจากนั้นคุณตาก็ประสบอุบัติเหตุรถชนกันเสียชีวิต"
...เธอเล่าไปถึงตอนนี้ก็ยิ่งร้องไห้เสียงดังอย่างน่าสงสารยิ่งขึ้นไปอีก
เพราะกระแสความเชื่อเดิม ๆ ฉุดรั้งให้เชื่ออย่างนั้น
...แล้วพูดต่อไปว่า
"ลูกหนูต้องตายแน่แล้ว ฮือ ๆ .."
.วันนั้นผมหยุดนิ่งแล้วบอกเธอว่า
"พระเยซูได้ฉีกกรมธรรม์ข้อผูกมัดน้องอิงด้วบทบัญญัติต่างๆ
โดยหยิบไปตรึงบนไม้กางเขนร่วมกันกับพระองค์แล้ว (คส.2.14 )
มาเรามาอธิษฐานฉีกชะตาราศีกัน"
แล้วพวกเราก็อธิษฐาน หลังจากนั้นผมเดินไปถามแพทย์เจ้าของไข้ว่า
อาการเด็กเป็นอย่างไร แพทย์แจ้งว่า
"กระสุน .38 ที่ญาติทะเลาะกันและยิงออกมาโดนหน้าอกด้านขวา
ของเด็กน้อยอายุ 3ขวบ นัดนั้นทะลุหน้าอกด้านหน้า
ผ่านปอดและเส้นเลือดใหญ่ที่ปอด แล้วทะลุออกด้านหลัง
ทำให้เลือดตกในช่องอก แพทย์ไม่สามารถผ่าตัด
ช่วยชีวิตในวาระนี้ได้ เนื่องจากความดันเลือดต่ำ
การตอบสนองของร่างกายน้อยมาก ประกอบกับเด็กอายุยังน้อย
ต้องเพียงให้ยาระงับอาการตกเลือด(ยาห้ามเลือด)
เพื่อให้เลือดหยุดไหล แต่หากเลือดไม่หยุดไหล
แพทย์ก็จำเป็นจะต้องเสี่ยงผ่าตัดเพื่อเย็บและระงับอาการไหลของเลือด
ที่เส้นเลือดใหญ่ดังกล่าว"
ผมถามต่อไปว่า
"ผลการผ่าตัดจะออกมาอย่างไรครับ"
แพทย์ทำสีหน้านิ่ง ๆ บอกว่า
"ไม่สามารถรับรองผลได้ครับ"
หนทางเหลือน้อยแพทย์ไม่สามารถรับรองผล
แต่ภายในจิตใจวันน้นเชื่อมั่นคงมากว่าพระเจ้าทรงอยู่เหนือสถานการณ์
วันรุ่งขึ้นผมกลับไปที่โรงพยาบาลอีกครั้งหนึ่ง ดิ่งไปที่ห้อง ICU
ขอเยี่ยมน้องคนเจ็บ อัศจรรย์ที่เห็นคุณแม่ยิ้มแย้มแจ่มใส
คุยกับลูกสาวเสียงเจี้ยวแจ้ว
ได้ยินเสียงบอกว่า
"ลุงมาหรอคะเมื่อคืนนี้มีหมอฝรั่งมารักษาน้องอิงแล้ว
หนูไม่เจ็บเลย หายใจสะดวกขึ้น"
เอ ผมชักสงสัยแล้วหมอฝรั่งที่ไหน
โรงพยาบาลเพชรรัตน์ไม่เคยจ้างแพทย์ต่างชาติเลยสักคน
ถามพยาบาลพยาบาลก็บอกว่า
"ไม่มีค่ะ" ....อ้าวแล้วฝรั่งที่ไหนมารักษาหนูน้อยละ ?
เงียบสักพัก ก็เลยถามอีกครั้งว่า
"น้องอิงลุงถามหน่อยนึงว่าหนูเห็นหมอฝรั่งที่ไหน"
เด็กน้อยตอบว่า
"ก็หมอฝรั่งที่รูปคุณหมอติดอยู่ที่ข้างฝาบ้านลุงไง
เมื่อคืนคุณหมอมาหาแล้วเอื้อมมือแตะที่แผลหนู
หนูก็หายเจ็บ หายใจสะดวกขึ้น พอตอนเช้าพยาบาลมาเช็คอาการ
ก็ถอดสายที่ครอบจมูกหนูออก บอกว่าหายใจเองได้แล้ว
คุณหมอเก่งจังเลย"
ผมถามอีกว่า
"คุณหมอไปไหนแล้วครับ"
เด็กตอบอย่างไร้เดียงสาว่า
"ลอยขึ้นฟ้าไปแล้ว"
คราวนี้ผมรู้แล้วว่าคุณหมอฝรั่งมาจากไหน
พระเยซูคริสต์ที่หนูน้อยเห็นภาพการเสด็จขึ้นของพระเยซู
ที่ผนังห้องประชุมคริสตจักรหรือก็ที่บ้านผมนั่นแหละ
เสด็จมาเอื้อมพระหัตถ์ของพระองค์แตะต้องแผลฉกรรณ์
ที่เกินการเยียวยา ให้หายสนิทอย่างอัศจรรย์
ขอบพระคุณพระเจ้า หลังจากนั้นอีก 4 วัน เด็กน้อยก็หายสนิท
เราไปรับกลับจากโรงพยาบาลเหมือนไม่เป็นอะไรเลย
คงไว้แต่รอยแผลเป็นที่กระสุนขนาด .38
ทะลุผ่านร่างกายน้อย ๆ ไปก็เท่านั้น
พระเยซูคริสต์ทรงเสด็จมาเอื้อมพระหัตถ์
แตะต้องหนูน้อยให้หายอย่างอัศจรรย์
ทุกวันนี้เจ้าหนูน้อยโตเป็นสาวแล้วเรียนเก่งมาก
แถมเป็นนักร้องเสียงดี แผลเป็นรอยกระสุน
จะเป็นอนุสรณ์แห่งพระพรการก้าวข้าม
อาณาจักรแห่งความตายไปสู่ชีวิต จะยังคง
ทำให้เธอและครอบครัวระลึกถึงจนชั่วชีวิต
พระเจ้าสุดยอดเลย
ตอบลบ