วันจันทร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2562

คนเรายุคนี้จ่ายราคาสูงเพื่อสร้างสิ่งที่เราไม่ได้ชอบใช้ ?

เมื่อครั้งไปพบญาติที่พิจิตรเลยถามว่า กระต๊อบแบบเดิมๆหายไปไหนหมด เพราะเท่าที่สังเกตเห็นญาติๆและเพื่อนบ้าน มักจะมากระจุกรวมตัวกันที่บ้านกระต๊อบ หลังสุดท้ายของหมู่บ้านคือบ้านลุงแกะกับป้าสอน ..นั่นหมายถึงความเป็นจริงคนท้องถิ่นนี้ ชอบอยู่อาศัยอย่างเรียบง่าย และมีความสุขกับกระต๊อบไม้ไผ่ ..แต่ความกระหายของค่านิยมสังคมยุคนี้ ผลักดันให้พวกเขาอยู่บ้านตึก ..ที่เขาไม่ชอบอยู่อาศัยเลย.. ....วัยเด็กผมวิ่งเล่นและมีความสุขกับบ้าน ในสองแบบนี้หลังใหญ่เป็นบ้านปู่ที่เพชรบูรณ์ เรือนแฝดสามหลังมีชานบ้านกว้างมากๆ บันไดสามขั้นเรือนใหญ่ด้านหลังสุดยกสูง ใต้ถุนเป็นฝูงวัวควายหลายสิบตัว ..ครัวเป็นเรือนไฟที่อุดมไปด้วยภูมิปัญญา การถนอมอาหารสารพัด ..กระติ้บข้าวใบใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเห็น ..เรือนหน้าเป็นเรือนทวด ..ชานส่วนหนึ่งปู่ทำหลังคาเอาไว้นั่งจักสานสารพัดงานฝีมือ ..ปู่เก่งมากเป็นนักเล่าเรื่องตัวยง ..ผ่านร้อนหนาวมาสารพัด .,เป็นพรานป่า..เป็นหมอทหาร..เป็นปศุสัตว์ ..เป็นนักเดินเรือในแม่น้ำป่าสัก ..เป็นหมอธรรม(ยุคนั้นจะมีจอมขมังเวทย์ อยู่สองฝ่ายคือฝ่ายธรรมและเดียรรัจฉานวิชา). .แต่ตรงข้ามกับพ่อผมเลยพ่อไม่เชื่อเรื่องเวทย์มนตร์. .บ้านหลังนี้ต่อให้ไม่ซื้อไม่ขายอะไรกับใครสักสิบปี ก็ไม่อดตายปู่มีไร่นาเป็นร้อยไร่ ฉางข้าวเบ้อเร่อมีโรงสีด้วยแหละครับ.. ...อีกหลังเป็นกระต๊อปที่พิจิตร ..ผมชอบที่นี่มากกว่า..น้ำท่วมกว่าหกเดือนต่อปี ..เลยไม่นิยมบ้านหลังใหญ่..ทุกเรือนมีเรือพาย ..พายุพัดพังก็สร้างใหม่..น้ำท่วมมิดก็ย้ายที่ ..ปลาเยอะมาก..มีรายได้จากทุ่งน้ำทุกวัน ญาติที่นี่และคุณตาหาตังค์ได้เยอะกว่าบ้านปู่ ..แต่แปลกไม่เหลือเก็บ..คงเพราะอุดมสมบูรณ์มาก ..จับปลาได้ทุกวัน..ลุงๆป้าๆทำนาบัวตอนนั้นแพงมาก ..กระจับเอย..ผักกระเฉดเอย.. ไม่ต้องปลูกเก็บขายอย่างเดียว.. .ปิดเทอมเมื่อไหร่ผมเป็นไปขลุกที่นั่น ลงเบ็ดจับปลาเล่นเรือเล่นน้ำจนตัวดำมิดหมี เปิดเทอมค่อยกลับ..ตาผมก็เก่งอีกแบบลูกทุ่งแท้ เมาได้ทุกวันมียายหลายคน..เป็นนักแสวงโชค ที่เดินgmhkรอนแรมจากบ้านหัวนา.จ.เลย. เป็นเวลาสามเดือนจนมาถึงพิจิตร เพื่อทำงานขายแรงงานในการรถไฟ ในการตีอีเตอร์ตอกหมุดวางไม้หมอนทางรถไฟ ...แล้วก็ลงหลักปักฐานอยู่ที่พิจิตร ...ความฝันวันเรียบง่าย..บ้านในความทรงจำ ..ปู่.ตา..วีรบุรุษฮีโร่ในวัยเด็ก.. เลยฝันว่าอายุสัก..70.ปีจะหาสักที่นึง ไปใช้ชีวิตบั้นปลายในบ้านแบบนี้บรรยากาศแบบนี้ สักที่ใดที่หนึ่งในโลกใบนี้... คนเรายุคนี้แปลกนะสร้างบ้านสร้างบริบท สร้างสังคมแบบที่ตนไม่ชอบอยู่.. ไม่ชื่อลองใคร่ครวญดูเถิด