วันพฤหัสบดีที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555

ปลาเค้าหนึ่งตัวราคาสี่สิบล้าน





ว่าด้วยเรื่องตกปลามาแล้วก็นึกถึงเรื่องเช้าวันอาทิตย์นึง
ที่มีคำพยานจากสตรีสองท่าน ที่ยังอยู่ในความจดจำของผม
จนกระทั่งทุกวันนี้ สตรีท่านแรก มาจากวงการนักธุรกิจ
เป็นบุคคลที่ถือว่าเคยมั่งคั่ง ในแถบพื้นที่จังหวัดนี้
เจ้าของกิจการโรงแรม พี่เค้า เป็นทุกข์เรื่องหนี้สิน
ที่สามีผู้จากไปด้วยโรคมะเร็งตับทิ้งไว้ให้กว่า สี่สิบล้านบาท
วันนั้นพี่เค้าเป็นพยานว่า เชื่อพระเจ้าได้เดือนเดียว
พระเจ้าอวยพระพร ปลดปล่อยหนี้สิน เพราะสามารถขายกิจการ
ที่ประกาศขายมาเกือบสิบปีได้แล้วได้เงินสี่สิบล้าน บาท
.............ขอบคุณพระเจ้าค่ะ
.........................................................................................

พี่น้องก็ตบมือ อมยิ้ม และพิธีกร ก็แนะนำผู้จะมาเป็นพยานอีกท่านหนึ่ง
เป็นคุณยายอายุประมาณสักเจ็ดสิบปี
บ้านที่อยู่อาศัยของคุณยายไม่มี ปลูกเพิง ริมแม่น้ำป่าสัก ไม่รู้จักไฟฟ้า
เพราะที่บ้านมีแต่ตะเกียงน้ำมันและเทียนพรรษา
ที่ขอมาจากวัดมาจุดให้ความสว่าง
น้ำดื่มก็ขุดบ่อข้างแม่น้ำ น้ำใช้ก็ตักขึ้นมาจากแม่น้ำ
มีเรือสังกะสีอยู่หนึ่งลำเอาไว้เป็นวิชาชีพ
หาปลาในแม่น้ำขาย .....เรื่องคุณยายเป็นเรื่องที่สะกด
พี่น้องทั้งห้องประชุมมากกว่าคำพยานเรื่อง
พระเจ้าปลดหนี้ สี่สิบล้านเสียอีก...
เพราะ ชีวิตยาย ไม่มีใครเหมือนจริง ๆ
สีหน้าการเป็นพยานวันนั้นเต็มไปด้วยความปลื้มปิติ
คำพยานง่าย ๆ ด้วยภาษาไทเดิ้ง
(คนเพชรบูรณ์จะมีภาษาท้องถิ่น คือ ลาวหล่ม กับไทเดิ้ง
ลาวหล่มจะมีพื้นเพเป็นคนดั้งเดิมสมัยพ่อขุนผาเมืองโน่น
ชุมชนจะเกาะกลุ่มไปทางโซนเหนือ หล่มสัก หล่มเก่า
น้ำหนาว ส่วนไทเดิ้ง จะมีทาง อ.เมือง ที่เดียว)

"ยายหาปลานะ ลูกหลานเอ๊ย ทุกวันได้แต่ปลาสร้อย
ปลาขาว มันติดดาง(ตาข่ายดักปลา)
กะให้ตาแกไปขาย ตั้งแต่เชื่อพระเจ้า ก็ขายได้
มื้อหนึ่ง มื้อหนึ่งเกือบร้อย กะยังว่า
มื้อคืนนี้ อธิษฐานขอกับพระบิดาเจ้า
ใจกะอยากได้ ปลาโต ใหญ่ ๆ กับเขาสักทีหนึ่ง
อู๊ย บ่ คิด บ่ ฝัน ว่าพระเจ้าจะให้กะ ยังว่า
เกิดมาเป็นคนจับปลาขาย บ่ เคยจับปลาเค้าได้
คือว่า ดางยาย (ตาข่ายดักปลาของยาย)เป็นดางถี่จับได้แต่ปลาสร้อย
(ในความหมายคือ ตาข่ายนิ้วเดียวไม่มีทางจับปลาใหญ่ได้แน่นอนที่สุด)
ปลาขาว ปลากระดี่ แต่ ยายขอพระเจ้าว่า เช้านี้ ขอพระเจ้าประทานปลาเค้า"

"เช้ามืดยายก็เอาเรือออกไปละดาง (ไปปลดปลาจากตาข่าย)
ข้าง ดางของยาย มีปลาเค้า โต ขนาด สองสามโล ว่ายวนไป วนมา
ยายงี้สั่นไปหมด พระเจ้าให้ปลาเค้า ยาย ลูกหลานเอ๊ย
ขอบคุณพระเจ้า อีหวิงกะบ่มี อะหยังสิจับมันกะบ่มี แต่ยายเชื่อว่า
พระเจ้าให้ปลาโตนี้แก่ยาย ยายเอาสองมือคุบหมับ (ยายเอาสองมือจับ)
โยนขึ้นเรือเลย ขอบคุณพระเจ้า เอาไปขายตลาดได้ สองร้อยเจ็ดสิบบาท
แล้วก็มาโบสถ์นี่แหละ ...ตื่นเต้น บ่ เคยจับปลาเค้าได้เลยตั้งแต่เกิดมา
ขอบคุณพระบิดาเจ้า อาเมน"





 

เช้าวันนั้นผมลงความเห็นในใจของผมก่อนขึ้นเทศนาว่า
คำพยานของปลา สองร้อยเจ็ดสิบบาท ทรงคุณค่ากับชีวิตคน
เท่า ๆ กับ คำพยานพระเจ้าปลดหนี้ 40 ล้านบาท
ผมจึงให้ราคาปลาเค้าตัวนี้จาก สองร้อยเจ็ดสิบบาท
เป้นปลาเค้าราคา สี่สิบล้านบาท ครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น