เมื่อวาน 10 กพ.2012 ได้ดูข่าว เห็นน้องปานทิพย์ที่เป็นปานทั้งตัว ก็ยากที่จะรักษา
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9540000151582
ก็เลยนึกถึงคำพยานที่เคยเล่าไว้ในเวป Biblediscuss.com
http://www.biblediscuss.com/board/viewtopic.php?f=15&t=4357
เมื่อ August 30th, 2010 เอามาลงเก็บไว้ใน Blog เพื่อเป็นพยานถึงความรัก
และความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าที่อยู่เหนือปานแดง ปานดำ ที่แพทย์รักษายากมาก
----------------------------------------------------------------------------------------------
เห็นภาพเจ้าหลานสาวคนโต เอาภาพเก่ามาโพสต์ในเฟสบุ๊ค ก็เลยนึกถึงเรื่องราวเก่า ๆ
เมื่อครั้งเจ้าสาว ๆ เหล่านี้เป็นเด็กตัวกระเปี๊ยก และยังไม่เชื่อในพระเจ้า
คำพยานเรื่องนี้เกิดมานานมากแล้วครับ จนทุกวันนี้ เจ้าตัวเค้าโตเป็นสาวเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว
ช่วงอายุความเชื่อพระเจ้าได้สักประมาณ 5 ปี ปี 1989 หรือ 21 ปี ที่แล้ว น้องชายผมคนถัดผมไป
เสียชีวิตจากไฟฟ้าแรงสูง 22,000 โวลต์ ซ๊อตขณะปฏิบัติหน้าที่ กฟภ.ที่นครสวรรค์
พี่สาวผม(ที่ยังไม่เชื่อในพระเจ้า)เค้าเลยบนบานศาลกล่าว ขอให้น้องชายที่ตายไปมาเกิด
กับเขา คือ เลิกคุมกำเนิด คือที่คุมไว้เพราะคุณพี่เขยที่ทำงาน กฟภ.แกสุดยอดแห่งแอลกอฮอริซึ่ม
เค้าเลยไม่กล้ามีบุตรอีก(ก่อนหน้ามีลูกสาว 1 คน)พอไม่คุมฯปุ๊บ หลานสาวคนที่สองก็เกิด
มาพร้อมกับปานแดงอันเบ้อเริ่มที่หน้า (น้องชายผมโดนไฟแรงสูงหน้าเขาไหม้หมด)
ทั้งบ้านที่ไม่รู้จักพระเจ้า ทึกทักว่าใช่แน่นอน น้องชายผมมาเกิดแล้ว...............
แต่พอเด็กเค้าโตมาสักขวบกว่า ๆ ก็เป็นเรื่องเป็นราวครับ เค้าจะทำเลิ่กลั่ก ร้องเอ็ดตะโร
ตอนช่วงโพล้เพล้ ชี้โบ้ชี้เบ้ เหมือนเห็นอะไรสักอย่างที่ทำให้เขาตื่นกลัว
วันไหนผมว่างงานที่คริสตจักรผมกลับบ้าน ก็แล้วไป เพราะร้องเมื่อไหร่
ผมก็จะไปอุ้มเขา อุ้มเมื่อไหร่ก็เงียบเมื่อนั้น แล้วก็หลับ หรือไม่ก็นิ่ง หรือเล่นตามประสาเด็ก
ส่วนคุณแม่เค้าพี่สาวผมก็จะหันไปพ่นยาพรืด ๆ ตามประสาคนเป็นหอบแล้วมาเจอสถานการณ์
ที่พี่เค้าเข้าใจว่า ยมบาล ยมทูต ตามมาเอาชีวิตไอ้น้องชายผม ที่แอบหนีมาเกิดก่อนเวลา
เครียดสิครับ เครียด กลัว เหนื่อย ก็หอบจับ เอ้า พ่นยา พอพลบค่ำ ต้องตามตัวผม
เอามาไว้ที่บ้่านคอยปราบเจ้าหลานก่อน ประเดี๋ยวคุณแม่จะหอบกินจนขาดใจ
ข้างฝาบ้าน เค้าเอาชอคเขียนข้างฝาไว้(ตามประสาครูแหละ อะไรก็ชอคเขียน)
ว่าขึ้น 15 ค่ำ ของเดือน...ปี.....(จมด.จำไม่ได้ครับ) ให้เอาดอกไม้เท่านี้
หัวหมูเท่านั้น เงิน....บาท ไปที่วัดทิศนั้น .......อะไรไม่รู้จิปาถะ(จมด.จำไม่ได้)
เพื่อต่อชีวิตให้ลูกสาวตัวน้อย ไม่งั้นชะตาขาด ผีตามมาเอาคืน
เอาเป็นว่านอกจากงานที่คริสตจักร แล้ว ผมก็ต้องมีงานคอยกำหราบผี
ที่ชอบโผล่มาแถวหัวบันไดบ้านทุกเวลาโพล้เพล้มาหลอกหลานสาวตัวน้อย ๆ
ที่บ้านเค้าก็ไม่รู้อะไรเล๊ย ว่าที่หลานมันหยุดร้องเพราะ ผีมันกลัวพระเยซู
ผมก็ไม่พูดอะไรมากนัก ขืนประกาศสุ่มสี่สุ่มห้าในบ้าน ใครรู้จักกิตติศัพท์คนพิจิตร(แม่ผม)
ดีจะรู้ว่าคนพิจิตร ท่านสามารถด่าไฟแล่บ จะเข้าประกาศต้องมีชั้นมีเชิง
จนวันหนึ่งพอหลานสาวผมอายุได้สักสองขวบ พี่สาวผมเอาเจ้าปานแดง
(ตอนนั้น ละครทีวีเรื่องขวานฟ้าหน้าดำดังมาก
เขาเลยเรียกเจ้าหลานผมว่า "ขวานฟ้าหน้าแดง")
ไปหาศัลยแพทย์ผ่าตัดเลเซอร์ทีี่่ รพ.พิษณุเวช แพทย์ตรวจแล้วลงความเห็นว่า
ต้องรอเด็กอายุสักสามขวบ แล้วก็เลเซอร์ประมาณ 6 ครั้ง
ถ้าปานแดงไม่งอกมาอีกก็อาจหาย
โห วิทยาการตอนนั้น รับรองว่าอาจหาย หมดตังค์เยอะ แต่ไม่แน่ว่าจะหาย
จังหวะและโอกาสที่รอคอย ประจวบเหมาะกับตอนนั้น พระวิญญาณพระเจ้าเร้าใจ
(ทุกวันนี้ผมยังสงสัยว่าผมมีของประทานถ้อยคำแห่งความรู้หรือเปล่าไม่รู้
อาการอย่างนี้มาทีไหนไม่พลาด)
ความเชื่อปรี๊ดขึ้นมาถึงจุดปลดปลอยฤทธิ์เดชแห่งข่าวประเสริฐ
ก็เลยกล่าวถ้อยคำที่พระเจ้าใช้ออกไป
เลยถามพี่สาวว่า
"พี่อยากหายจากโรคหอบไหม"
แกมองหน้าผมแบยั๊วะ นิด ๆ
"ถามได้ใครก็อยากหายทรมารจะตายโรคหอบนี่"
ผมก็เลยถามต่อว่า
" อยากให้ไอ้อ๊อดหายจากปานแดงโดยไม่ต้องเลเซอร์ไหม"
พี่เค้าก็เลยบอกว่า
"เออ ใครไม่อยากให้ลูกสาวหายจากเจ้าปานน่าเกลียดนี้เล่า
ตอนนี้ก็พอทนได้ แต่เมื่อเขาโตเป็นสาว สงสารเค้า"
ผมเลยบอกว่า
"พระเจ้าทรงรักษาได้ ทรงทำได้ทุกอย่าง พาลูกเข้าโบสถ์สักสองเดือน
พี่เจี๊ยบจะไม่เป็นหอบหืดอีกเลย ไอ้อ๊อดจะไม่มีปานแดงที่หน้าอีกต่อไป"
พี่เค้าตอ่รองว่า
"พี่เป็นครู ที่ต้องทำพิธีศาสนกิจ เป็นข้าราชการที่ต้องอยู่ในนโยบายของรัฐ
(ยุคนั้นสิทธิขั้นพื้นฐานเรื่องศาสนา กม.ยังไม่ให้เสรีนัก)
พี่จะเปลี่ยนไปนับถือคริสต์เรื่องใหญ่นะ"
ผมเลยบอกว่า
" วันนี้พี่เดินเส้นทางตามบรรพบุรุษ
มีอะไรเป็นความหวังใจและรับรองอนาคตข้างหน้าบ้าง
ใครรับประกันชีวิตว่าจะไปไหน ในโลกหลังความตาย
เดินเส้นทางนี้ต่อไป โรคหอบหืดก็ยังอยู่
และอาจทำลายชีวิตพี่ในไม่ช้าไม่นาน
ไอ้อ๊อดก็ต้องเสียโฉมไปตลอดชีวิต แม้ศัลยแพทย์
ยังไม่รับรองผลในการเลเซอร์
แค่ลองเปลี่ยนเส้นทางชีวิตใหม่สักสองเดือน
ถ้าหายโรคหอบคุ้มไหม
ถ้าลูกหายจากปานแดงโดยไม่ต้องผ่าตัด
จะยอดเยี่ยมกว่าไหม เลือกเอาแล้วกัน"
ผมพูดแค่นั้นแล้วก็กลับโบสถ์ ถ้อยคำท้าทายใจคงวนเวียนอยู่ในความคิด
วันอาทิตย์เห็นพี่สาวผมเค้าหอบลูกสาวเจ้าขวานฟ้าหน้าแดงมาที่ี่คริสตจักร
ไม่ถึงสองเดือน
"โรคหอบหืดไม่มีกล้ำกรายอีกเลยตลอดจนทุกวันนี้"
"ส่วนปานแดงที่หน้าเจ้าขวานฟ้าหน้าแดง ก็เลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย"
(อืมม เหลือเหมือนจุดแดง ๆ ที่กลางริมฝีปากบนจิ๊ดนึง) ...ทั้งบ้านพี่เค้าเชื่อพระเจ้าหมด
ทุกวันนี้เป็นครอบครัว ผรช.ที่อำเภอเขาค้อ และ อ.หล่มเก่า ก็มีกันสี่ชีวิตในบ้าน
ลูกสาวคนโต เป็นพนักงานราชการครูที่เขาค้อ/ลูกเขย ดูแล คจ.ที่เขาค้อ
แม่(พี่สาวผม) ก็ดูแลควบ 2 อำเภอ คือ เขาค้อและหล่มเก่า เจ้าอ๊อดอดีตปานแดง
เรียนอยู่มหาวิทยาลัยลาดกระบัง ใกล้จะจบการศึกษาแล้ว (2012)
โรคหอบของคุณแม่หาย ปานแดงคุณลูกหมดจด ที่หน้าดังในภาพด้านบนสุด
ส่วนอีกภาพดูที่แขนเด็กน้อย
(คนพี่เค้าก็เป็นปานแดง)
ทุกวันนี้ปานแดงที่แขนพี่สาวเขา
(ก็เป็นปานเหมือนกันแต่ไม่เป็นที่หน้า)
ก็ยังเป็นปานแดงต้นแขนอยู่จนทุกวันนี้
ไม่ว่าปัญหานั้นจะใหญ่โตแค่ไหน
ยากลำบากขนาดใด
ก็แค่เข้ามาหาพระเจ้าเท่านั้น
คส 2:14 พระองค์ทรงฉีกกรมธรรม์ซึ่งได้ผูกมัดเราด้วยบัญญัติต่างๆ
ซึ่งขัดขวางเราและได้ทรงหยิบเอาไปเสียให้พ้นโดยทรงตรึงไว้ที่กางเขน
....ขอบคุณพระเจ้า
เป็นพระพร เป็นพระพร
ตอบลบอาเมน