วันพฤหัสบดีที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2565



เห็นคลิปเครื่องยนต์สูบเดียวสัญชาติรัสเซียเครื่องนึง ทำให้ผมคิดถึงวัยเด็กอายุ 4-5 ขวบ เจ้าเครื่องนี้เป็นเครื่องโรงสีข้าวของป้าจัด/ลุงโงก พ่อผมสอบบรรจุครูติดเลยย้ายจากนครสวรรค์ มาอยู่ที่บ้านวังโป่ง ตำบลลานบ่า อ.หล่มสัก มาอยู่บ้านป้า ที่เป็นบ้านใต้ถุนสูง ชั้นล่างเป็นร้านขายของชำ ที่พอจำได้แม่น ว่าขายอะไรบ้าง ฮ่า มุนษย์คนอื่นเขาคงลืม แต่ไม่รู้นะผมถ้าเห็นอะไรอย่างนึงจึ๊ก ข้อมูลและภาพต่าง ๆ มันจะพรั่งพรูออกมา แบบชัดแจ๋วแหววเลยแหละ ปี 2509-2511 เพราะน้องชายเล็กผมเกิด 2512 ที่หนองไขว่ )เลยจำได้ว่าตอนนั้นอยู่วังโป่งแน่ .. ร้านขายของที่มีปี๊บขนมเรียงราย ถังน้ำมันก๊าดที่ขายเป็นจอก ๆ ตวงเอา น้ำตาลทรายขายเป็นช้อนโต๊ะ ขนมปลา ข้าวพอง อิ้มยิ้มรูปพริกใหญ่ ๆ ฮอล แล้วก็ลูกอมเม็ดเล็กที่เขาเรียกเม็ดดีรสโต ฮ่า..จำได้ว่าโดนพ่อหลอกเรื่อง ว่าเจ้าเครื่องวิทยุ ทรานซิสเตอร์เฟอร์นิเจอร์ราคาแพงของบ้าน มันมีมนุษย์ตัวเล็ก ๆ แอบซ่อนอยู่ในกล่อง แล้วมันพูดได้ ตอนช่างมาซ่อม รื้อออกมา ต้องคอยนั่งมองว่าไอ้พวกนี้มันแอบอยู่ไหน บ้านหลังนั้นอยู่ติดแม่น้ำป่าสัก แต่พังไปแล้ว เพราะเค้าทำฝายพอฝายพังตลิ่งก็พัง จนต้องรื้อบ้านหนีแม่น้ำที่ตลิ่งพังเข้ามาเรื่อย ๆ ถัดจากบ้านก็มีโรงสีเจ้าเครื่องแบบนี้แหละ ลุงโงกสามีป้าจัดจะลงไปหมุนกว้าน ใหญ่ ๆ เพื่อให้เครื่องมันติด ลุงแกก็ปล้ำกว่าเครื่องจะติด แบบเหงื่อโชกทุกเช้า ชาวบ้านทั้งตำบลมาสีข้าว รำ แกลบ ข้าวปลายคือผลพลอยได้ นอกจากค่าสีข้าว ใครไม่มีตังค์ก็เอาข้าวสารให้แทนสตังค์ ถัดโรงสีมาทางตะวันออกเป็นครกกระเดื่อง ที่ทั้งหมู่บ้านเค้าก็มาใช้ที่นี่กันแหละ เวลาตำข้าวเพื่อทำขนมจีน หรืออะไรต่อมิอะไร เสียง โป้ง ตึก โป้งตึง ทั้งวัน ใต้ถุนบ้านมีเล้าไก่ ถัดไปเป้ฯฉางข้าวเปลือง ข้าวโพด ใต้ถุนฉาง เป้าเล้าเปิดไข่ โห ที่ไข่ขาวลานตาทุกเช้า ผมมีหน้าที่ไปเก็บไข่ แรก ๆ ก็เดินเก็บ ตอนหลังก็ขุดหลุมซะเลย ไข่เต็มหลาย ๆ หลุม เก็บง่าย ไข่เล้านี้เลี้ยงคนทั้งหมู่บ้าน เค้ามาซื้อจำได้ว่าไข่เป็ดเค้าขายเป็นคู่ ถัดเล้าเป็ดเป็นเล้าหมู สามสิบถึงห้าสิบตัว เวลามันร้องจะกินตอนเช้าหรือตอนเย็นนี่ อิี้ดดดดด อิ้ดดดดด พวกเราก็วิ่งเทอาหาร เสียงเจ้าอู๊ด กระซวกรำดังตั๊บ ๆ ๆ ๆ น่าสนุกมาก ป้ากะลงรวยแหละ ปล่อยเงินกู้ด้วย ตอนพ่อผมไปอยู่ก็ปล่อยกู้ด้วยแหละ เงินเดือนออกปุ๊บชาวบ้านมานั่งรอ จัดคิว ตอนยุคนั้นค่าใช้จ่ายไม่มีอะไร เงินเดือนออก ก็แทบไม่ต้องซื้อหา ทุกอย่างมีรอบ ๆ บ้าน เงินเดือนเลยปล่อยกู้ แต่เหตุที่เลิกกู้ เพราะ มีชาวบ้านเอาเกวียนมาใช้หนี้ด้วยน้ำตา พ่อกะแม่รับไม่ได้ เลิกเลิกวิถีเงินกู้ เหลือแต่ป้าแหละ พ่อเคยแอบบอกว่า ป้าเค้าเป็นผู้มีอิทธิพล โจร ขโมย คนเกเร ระรานชาวบ้านมากและเขามาฟ้องป้า คนเหล่านั้นมีสิทธิตาย เอาได้เลย เราอยู่บ้านหลังนั้นจนถึงปี 2512 มั้ง พ่อก็พาครอบครัวบรรทุกเกวียนออดแอด ออดแอด จากบ้านวังโป่ง บ้านป่า มาอยู่ในหมู่บ้าน เพราะรับราชการเป็นครู ที่ตำบลหนองไขว่ มาซื้อที่ดินปลูกบ้านอยู่ใกล้โรงเรียน เพื่อสะดวกในการเดินทาง รวมทั้งเพื่อลูก ๆ ได้ไปเรียนได้สะดวก