เมื่อสักปี 2009
มีครอบครัวผู้เชื่อท่านหนึ่ง สามีภรรยาและลูกชายอีกสองคน
สามีเป็นคนมาเชื่อพระเจ้ากอนเพราะป่วยเป็นไวรัสอักเสบ
แถมพ่วงด้วยโรคเศรษฐีคนมีอันจะกินคือ โรคไวรัสตับอักเสบ ซี
พอเชื่อพระเจ้าได้อาทิตย์นึงก็ไปตรวจไวรัส
แล้วก็ฉีดยา ตามปกติก็เข็มละ 1,1000 บาท ที่ลพบุรี
ตรวจโหลดไวรัส
พบว่า 1,200,000 เดือนที่สองไปฉีดยาตามปกติแล้ว
ก็ตรวจผลความคืบหน้าของการรักษา แพทย์ผู้อ่านผลตรวจ
ก็มองหน้าแล้วบอกว่า
“โหลดไวรัส ลดลงเยอะอย่างอัศจรรย์ครับ เหลือ 700,000 “
หมอเสริฐก็แปลกใจว่า เออแปลกดี เมื่อก่อนก็มีฉีดเจ้ายาตัวนี้
หมดเนเป็นแสนแล้วโหลดไวรัสไม่ได้ลดลงฮวบฮาบอย่างนี้
เดือนที่สามหลังจากรับเชื่อก็ไม่ตรวจและฉีดยาครั้งที่ 3
ผลการตรวจออกมาอย่างอัศจรรย์
“ขอแสดงความยินดีด้วยครับ
ผลการตรวจโหลดไวรัสของคุณ เป็นศูนย์”
ความอัศจรรย์นี้ยังเก็บไว้ในหวใจทำให้ครุ่นคิดว่า
พระเจ้ามีจริงหรือ ด้วยเหตุผลทางการแพทย์ ไม่น่าจะเกิด
การลดลงของหารตรวจโลหดไวรัสอักเสบ ซี ได้เร้วขนาดนี้
เห็นคนไข้ที่โรงพยาบาลที่ตนทำงานอยู่ก็เยอะ แต่สำหรับตนเอง
เป็นสิ่งที่อัศจรรย์ ขณะครุ่นคิดอยุ่นั้น มีคนไข้ถูกหามมาที่คลีนิค
ดูอาการแล้วหนักมาก จึงแนะนำให้พาไปโรงพยาบาล
แต่ญาติ บอกว่า
“หมอบอกให้มานอนรอดูใจที่บ้าน”
(คือในความหมายคือ ตายแน่ ๆ )
“แต่แกอ่อนแรงเยอะ เราอยากให้แกอยู่อีกสักพักรอ ญาติ ๆ มาครบ
จะได้สั่งเสียได้หมดทุกคน ขอให้หมอให้น้ำเกลือสักหน่อย”
หมอเสริฐก็เลยบอกให้นำคนไข้ไปนอนที่เตียงรอให้น้ำเกลือ
ขณะที่เดินไปหยิบขงดน้ำเกลือและอุปกรณ์ นั้น
แว่บหนึ่งของความคิด คำสอนที่บอกว่า
“ มีคนเชื่อที่ไหนหมายสำคัญ
จะเกิดขึ้นที่นั่น เขาจะวางมือบนคนไข้คนป่วย เจะรักษาให้หาย”

ในใจเริ่มเกิดความเชื่อ แต่ด้วยความเชื่อของคน
อายุความเชื่อ สามเดือน
ก็เลยเก็บไว้ข้างใน
“อาจารย์ทำอย่างไรหว่า” ในใจเริ่มย้อนนึกภาพที่คริสตจักร
จึงหยิบขวดน้ำเกลือมานั่นนิ่งหลับ
แล้วก็เอามือมาวางที่แขนคนป่วยหนักคนนั้น
พึมพัมเบาก็บอกว่า
“พระเยซูคริสต์ พระองค์อยู่ตรงนี้จริง ๆ
ขอชีวิตและการรักษาให้กับคนนี้ด้วยเถิด
ในพระนามพระเยซู อาเมน”
ญาติคนป่วยก็มองด้วยประหลาดใจว่าวันนี้หมอทำแปลก กับขวดน้ำเกลือ
เลือกอยู่ตั้งนาน (คือคิดอยู่ว่าอยากอธิษฐานรักาคนป่วย)
พอได้ขวดน้ำเกลือก็พึมพัมอะไรไม่รู้
เสร็จแล้วคนป่วยคนนั้นก็ถูกหามกลับไปนอนรอสั่งเสียลูกหลานที่บ้าน
อีกอาทิตย์ต่อมา มีคนป่วยจากหมู่บ้านของคนป่วยหนักที่วางมือ
อธิษฐานเผื่อไปตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วมาเรียกที่หน้าคลีนิค
ขณะจะเปิดคลีนิคปกติเช่นทุกวัน
“หมอเสริฐ หมอเสริฐครับ ผมมาให้น้ำเกลือ ครับ”
หมอท่านก็ออกไปหน้าบ้านเปิดประตูคลีนิค
“อ้าว จะให้น้ำเกลือเลยไม่ได้ ต้องตรวจดูอาการก่อนครับ”
หมอตอบไปอย่างนั้น ก็ตามขั้นตอนการรักษา
คุณลุงก็บอกว่า
"เอาน้ำเกลือนั่นแหละ เอาแบบที่หมอให้กับ
คนใกล้ตายที่บ้านโคกที่หามมาหาหมอเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว
ผมจะได้หายเพราะคนนั้น ไม่ตายแล้วนะหมอ
วันนี้ยังมาเดินซื้อของที่ตลาดบ้านโคกอยู่เลย
เอาน้ำเกลือยี่ห้อนั้น ทำแบบ คนนั้นแหละผมจะได้หาย”
ในใจหมอตื่นเต้นในพระเจ้ามาก บอกในใจกับตนเองว่า
“มันใช่น้ำเกลือเสียที่ไหนเล่า ผมอธิษฐานวางมือในพระนามพระเยซู
ต่างหาก “
หลังจากนั้นคุณหมอก็พาลูกและภรรยามาโบสถ์
และอัศจรรย์อีกอย่างหนึ่งเกิดในครอบครัวนี้คือ
ภรรยาหมอที่เป็นโรคมะเร็งที่ทรวงอก และเมื่อก่อน
เราไปเยี่ยมภรรยาหมอก็บอกฝากให้ดูแลหมอด้วย
(คิดว่าตนเองไม่ไหวแล้ว)
มะเร็งหายครับ อาการหายเป็นปลิดทิ้ง มาโบสถ์ร่วมกิจกรรม
ออกไปทำงานได้เป็นปกติทุกอย่าง
อันนี้ไม่ได้ให้น้ำเกลือนะครับ ชัดเจน วางมือตะหาก
คราวที่แล้วพระเจ้าการอัศจรรยผ่านนมกล่องตรามะลิ
คราวนี้พระเจ้าทำการอัศจรรย์ผ่านน้ำเกลือ ครับ
คือเอามาลงบันทึกก็ทำให้คิดถึงหมอเสริฐ เพราะปัจจุบัน
ไปทำหน้าที่ ตัวแทนของประเทศไทยร่วมกับสหประชาติ
ที่ประเทศซูดาน ไปปีกว่าแล้วกระมังครับ เงียบเชียว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น