น้ำท่วมเป้นเรื่องที่คนในอดีตรู้จักกันมานานแต่ เท่าที่มีประสบการณ์
ความรุนแรงของสายน้ำไม่ได้ทำอันตรายกับ ชีวิตและทรัพย์สิน นัก
ก็น่าจะเป้นเพราะ เราเองก็ไม่ไปเปลี่ยนแปลงทางน้ำ ตัดต้นไม้ สร้างบ้าน
บนที่ลาดเอียง ที่จริงพื้นที่ลาดเอียง 45 องศา เค้าไม่ออกโฉนด
ก็น่าจะหมายถึง เราก็ไปครอบครองไม่ได้ นะ เออ กม.ไทยนี่
มีไว้เพื่อเลือกปฎิบัติไม่ได้มีไว้บังคับใช้ ..จึงแน่ใจว่าฝนชุกเมื่อไหร่
โอกาสดินสไลด์ก็เมื่อนั้น(ฝนตกเกินสี่ห้าวันก็ทุกที)...คนใต้โอกาสสูง
เพชรบูรณ์นี่ไม่มีอย่างนี้มาสัก 11 ปีแล้วมั้ง ...พวกเราตระหนักถึงพิษสง
ฝนตกหนักเมื่อไหร่ ขอพระเจ้าให้ตก สามวัน เว้นสักสองวัน จะอธิษฐานขอ
ไม่ให้ฝนตกก็สวนกับระบบ ฤดูกาล ครับ ตกติดต่อเมื่อไหร่ก็เรียกประชุม
อธิษฐานกันเมื่อนั้น ก็ได้ผลมา 11 ปีแล้ว (จว.อื่นลองดูบ้างนะครับ)
ถ้าจำไม่ผิด เมื่อปี 2540 หรือปี 1997เพชรบูรณ์ น้ำท่วมหนัก ติดต่อกัน
สามปี เชียว น้ำป่าทะลัก คนเสียชีวิตทีละเป็นร้อย หมู่บ้านหายไปเป็นหมู่บ้าน
สถานการณ์อย่างนี้ คนจะตื่นตระหนก ยิ่งตระหนกยิ่งมีโอกาสพลาดเสียทรัพย์
และชีวิต ...เมื่อครั้งบ้านน้ำก้อใหญ่ โดนถล่ม ผมรีบเข้าไปในพื้นที่ดิ่งไปที่
บ้านพี่น้องคริสเตียน ตลอดทางที่ผ่านซากบ้านเรือน การเก็บศพผู้เสียชีวิต
กลิ่นโคลน ของเน่าเสียคลุ้งไปทั้งตำบล แต่อัศจรรย์ที่ บ้านของ คุณอุ้ย สร้อยสนธิ์
ผป.คจ.หล่มสัก แห้ง แยกอาณาบริเวณปลอดภัยอย่างเป็นได้ชัด
ปลอดภัยกันทั้งบ้าน ..ผมถามเขาว่า
"เล่าให้ฟังหน่อยว่าไหงทำได้อย่างนี้"
เค้าบอกว่า
"คืนนั้นเราก็นอนหลับปกติ พอประมาณสักตีสอง เสียงเหมือน
ฝูวช้าวป่า วิ่งผ่าภูเขาลงมายังหมู่บ้าน เสียงต้นไม้หัก เสียงกินก้อนมหึมา
กลิ้งลงเนินเขา ทุกคนในบ้านตื่นตระหนก และออกมาดูที่ระเบียงบ้าน
ตอนนั้นไม่สามารถทำอะไรได้เลย ลงจากบ้านก็ไม่ได้เพราะน้ำเชี่ยว
และต้นไม้ ท่อนซุง ก้อนหิน พล่านไปหมด เสียงร้องอื้ออึงทั้งหมู่บ้าน
ท่ามกลางเสียงเสาบ้านหักโค่น หลังคาสังกะสี พาดลงพื้นน้ำ มีกอไผ่
กอใหญ่กอหนึ่งที่หน้าบ้านตรงร้านตัดผมของคุณอุ้ย ถูกถอนรากถอนโคน
แล้วก็กลิ้งขลูก ๆ มาขวางถนนลาดยางตรงหน้าบ้าน ซึ่งบัดนี้ถนนคือทางน้ำ
ที่เชี่ยวกราก เส้นทางที่น้ำพาเอาหิน ต้นไม้ และความหายนะลงมา
สู่หมู่บ้าน เจ้ากอไผ่นั้นล้มแล้วก็กลิ้ง ปลายกอไผ่ แหย่เข้ามาที่ใต้ถุนบ้าน
ยัดดันรถกระบะ ที่เพิ่งซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรง จากการตัดผมและเลี้ยงวัวฝูง
ลอยขึ้นเหนือน้ำรถพ้นน้ำ ..โคนกอไผ่ไปติดอยู่กับต้นไม้ใหญ่ น้ำป่าที่พุ่งตรง
จากภูเขาลงมาที่บ้านคุณอุ้ยก็ถูกกอไผ่นี้กั้นเบี่ยงไหลทะลักลงไหล่ทาง
เข้าสวนตรงด้านทิศเหนือบ้านก็เลยปลอดภัย
...ขอบคุณพระเจ้า" เค้าเล่าเรื่องด้วยความรู้สึก
ถึงพระคุณและการช่วยกู้ของพระเจ้า
สดด 91:4 พระองค์จะทรงปกท่านไว้ด้วยปีกของพระองค์และท่านจะลี้ภัยอยู่ใต้ปีกของพระองค์
ความสัตย์สุจริตของพระองค์เป็นโล่และเป็นดั้ง
5 ท่านจะไม่กลัวความสยดสยองในกลางคืนหรือกลัวลูกธนูที่ปลิวไปในกลางวัน
6 หรือโรคภัยที่ไล่มาในความมืดหรือโรคซึ่งทำลายในเที่ยงวัน
7 พันคนจะล้มอยู่ที่ข้างๆท่านหมื่นคนที่มือขวาของท่านแต่ภัยนั้นจะไม่มาใกล้ท่าน
8 ท่านจะมองดูด้วยตาเท่านั้นและเห็นการตอบแทนแก่คนอธรรม
จังหวะแห่งความตืนตระหนก ผู้เลี้ยง ศิษยาภิบาล มีผลกับขวัญกำลังใจมาก ครับ
ถ้าเราถึงตัวพี่น้องได้เร็วเท่าไหร่ พี่น้องก็พร้อมจะสู้ และกอบกู้สถานการณ์ได้ทันที
หลายครั้งที่ผมต้องเอา เจ้าขวดน้ำอัดลม(ที่บ้านขายของที่โรงเรียนจึงมีเยอะมาก)
ผูกทำเป็นแพ โดยนใส่รถกระบะ แล้วโทรเช็คเส้นทาง หรือบางทีก็โทรศัพท์ใช้ไม่ได้
ก็เอา ตร.(ในโบสถ์) ไปด้วยวิทยุขอเส้นทาง เข้าพื้นที่ (ถ้าใครเคยอ่านเรื่องที่ผมเขียน
จะรู้จักวิธีแต่งรถลุยน้ำลึก) พอไปถึงจุดที่รถเข้าไปไม่ได้ก็เอาแพขวดน้ำลง
แล้วก็ลุยลาก เสบียงและอุปกรณ์สนับสนุนไปช่วยเหลือพี่น้อง ไอ้ที่จริง
ก็แค่อาหารไม่กี่มื้อ (มีครั้งหนึ่งพี่น้องติดแหง็ก มีแต่ข้าวเปล่ากับมะละกอต้มเป็นอาหาร)
เอาคีมไปตัดสายไฟที่แช่น้ำ ตั้งระบบไฟใหม่ (ศบ.ตจว.ควรทำเป็น)
ไปยืนยิ้ม ฟังพี่น้องเล่าเรื่องตื่นเต้น ยกมืออธิษฐานเผื่อ แล้วก็กลับ
หลังจากครั้งเดียวที่เราเข้าไป ร้อยเปอร์เซ็นต์ หลังจากนั้นเขาดูแลตนเองได้แน่นอน
เพราะขนาดผมยังเข้าไปถึงตัวพี่น้องได้ แข้งดี ขาแข็งแรง หรือจะทำไม่ได้
อ้อ เจ้าเรือพลาสติคที่พี่น้อง กทม.ถวายไปให้ผมใช้กู้ภัยนั่นดีนะครับ
แต่ทำได้แค่ลากแล้วเราต้องว่ายน้ำจูงมันไป ขืนนั่งคว่ำแหงแก๋ เพราะเรือ
ไม่ได้ถูกสร้างเมื่อสำหรับน้ำเชี่ยว เคยเอาไปช่วยคนครั้งหนึ่ง แทบเอาเรือ
ทิ้งไว้ตรงนั้นเลยเชียว ตอนพายตามน้ำก็ดีหรอก แต่ ตอนขากลับพายขึ้นน้ำ
หนักยังกะลากรถสิบล้อ ....
....
เล่าอดีต ทสู่กันฟังครับ เพราะบรรยากาศน้ำท่วมพามา
ความรุนแรงของสายน้ำไม่ได้ทำอันตรายกับ ชีวิตและทรัพย์สิน นัก
ก็น่าจะเป้นเพราะ เราเองก็ไม่ไปเปลี่ยนแปลงทางน้ำ ตัดต้นไม้ สร้างบ้าน
บนที่ลาดเอียง ที่จริงพื้นที่ลาดเอียง 45 องศา เค้าไม่ออกโฉนด
ก็น่าจะหมายถึง เราก็ไปครอบครองไม่ได้ นะ เออ กม.ไทยนี่
มีไว้เพื่อเลือกปฎิบัติไม่ได้มีไว้บังคับใช้ ..จึงแน่ใจว่าฝนชุกเมื่อไหร่
โอกาสดินสไลด์ก็เมื่อนั้น(ฝนตกเกินสี่ห้าวันก็ทุกที)...คนใต้โอกาสสูง
เพชรบูรณ์นี่ไม่มีอย่างนี้มาสัก 11 ปีแล้วมั้ง ...พวกเราตระหนักถึงพิษสง
ฝนตกหนักเมื่อไหร่ ขอพระเจ้าให้ตก สามวัน เว้นสักสองวัน จะอธิษฐานขอ
ไม่ให้ฝนตกก็สวนกับระบบ ฤดูกาล ครับ ตกติดต่อเมื่อไหร่ก็เรียกประชุม
อธิษฐานกันเมื่อนั้น ก็ได้ผลมา 11 ปีแล้ว (จว.อื่นลองดูบ้างนะครับ)
ถ้าจำไม่ผิด เมื่อปี 2540 หรือปี 1997เพชรบูรณ์ น้ำท่วมหนัก ติดต่อกัน
สามปี เชียว น้ำป่าทะลัก คนเสียชีวิตทีละเป็นร้อย หมู่บ้านหายไปเป็นหมู่บ้าน
สถานการณ์อย่างนี้ คนจะตื่นตระหนก ยิ่งตระหนกยิ่งมีโอกาสพลาดเสียทรัพย์
และชีวิต ...เมื่อครั้งบ้านน้ำก้อใหญ่ โดนถล่ม ผมรีบเข้าไปในพื้นที่ดิ่งไปที่
บ้านพี่น้องคริสเตียน ตลอดทางที่ผ่านซากบ้านเรือน การเก็บศพผู้เสียชีวิต
กลิ่นโคลน ของเน่าเสียคลุ้งไปทั้งตำบล แต่อัศจรรย์ที่ บ้านของ คุณอุ้ย สร้อยสนธิ์
ผป.คจ.หล่มสัก แห้ง แยกอาณาบริเวณปลอดภัยอย่างเป็นได้ชัด
ปลอดภัยกันทั้งบ้าน ..ผมถามเขาว่า
"เล่าให้ฟังหน่อยว่าไหงทำได้อย่างนี้"
เค้าบอกว่า
"คืนนั้นเราก็นอนหลับปกติ พอประมาณสักตีสอง เสียงเหมือน
ฝูวช้าวป่า วิ่งผ่าภูเขาลงมายังหมู่บ้าน เสียงต้นไม้หัก เสียงกินก้อนมหึมา
กลิ้งลงเนินเขา ทุกคนในบ้านตื่นตระหนก และออกมาดูที่ระเบียงบ้าน
ตอนนั้นไม่สามารถทำอะไรได้เลย ลงจากบ้านก็ไม่ได้เพราะน้ำเชี่ยว
และต้นไม้ ท่อนซุง ก้อนหิน พล่านไปหมด เสียงร้องอื้ออึงทั้งหมู่บ้าน
ท่ามกลางเสียงเสาบ้านหักโค่น หลังคาสังกะสี พาดลงพื้นน้ำ มีกอไผ่
กอใหญ่กอหนึ่งที่หน้าบ้านตรงร้านตัดผมของคุณอุ้ย ถูกถอนรากถอนโคน
แล้วก็กลิ้งขลูก ๆ มาขวางถนนลาดยางตรงหน้าบ้าน ซึ่งบัดนี้ถนนคือทางน้ำ
ที่เชี่ยวกราก เส้นทางที่น้ำพาเอาหิน ต้นไม้ และความหายนะลงมา
สู่หมู่บ้าน เจ้ากอไผ่นั้นล้มแล้วก็กลิ้ง ปลายกอไผ่ แหย่เข้ามาที่ใต้ถุนบ้าน
ยัดดันรถกระบะ ที่เพิ่งซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรง จากการตัดผมและเลี้ยงวัวฝูง
ลอยขึ้นเหนือน้ำรถพ้นน้ำ ..โคนกอไผ่ไปติดอยู่กับต้นไม้ใหญ่ น้ำป่าที่พุ่งตรง
จากภูเขาลงมาที่บ้านคุณอุ้ยก็ถูกกอไผ่นี้กั้นเบี่ยงไหลทะลักลงไหล่ทาง
เข้าสวนตรงด้านทิศเหนือบ้านก็เลยปลอดภัย
...ขอบคุณพระเจ้า" เค้าเล่าเรื่องด้วยความรู้สึก
ถึงพระคุณและการช่วยกู้ของพระเจ้า
สดด 91:4 พระองค์จะทรงปกท่านไว้ด้วยปีกของพระองค์และท่านจะลี้ภัยอยู่ใต้ปีกของพระองค์
ความสัตย์สุจริตของพระองค์เป็นโล่และเป็นดั้ง
5 ท่านจะไม่กลัวความสยดสยองในกลางคืนหรือกลัวลูกธนูที่ปลิวไปในกลางวัน
6 หรือโรคภัยที่ไล่มาในความมืดหรือโรคซึ่งทำลายในเที่ยงวัน
7 พันคนจะล้มอยู่ที่ข้างๆท่านหมื่นคนที่มือขวาของท่านแต่ภัยนั้นจะไม่มาใกล้ท่าน
8 ท่านจะมองดูด้วยตาเท่านั้นและเห็นการตอบแทนแก่คนอธรรม
จังหวะแห่งความตืนตระหนก ผู้เลี้ยง ศิษยาภิบาล มีผลกับขวัญกำลังใจมาก ครับ
ถ้าเราถึงตัวพี่น้องได้เร็วเท่าไหร่ พี่น้องก็พร้อมจะสู้ และกอบกู้สถานการณ์ได้ทันที
หลายครั้งที่ผมต้องเอา เจ้าขวดน้ำอัดลม(ที่บ้านขายของที่โรงเรียนจึงมีเยอะมาก)
ผูกทำเป็นแพ โดยนใส่รถกระบะ แล้วโทรเช็คเส้นทาง หรือบางทีก็โทรศัพท์ใช้ไม่ได้
ก็เอา ตร.(ในโบสถ์) ไปด้วยวิทยุขอเส้นทาง เข้าพื้นที่ (ถ้าใครเคยอ่านเรื่องที่ผมเขียน
จะรู้จักวิธีแต่งรถลุยน้ำลึก) พอไปถึงจุดที่รถเข้าไปไม่ได้ก็เอาแพขวดน้ำลง
แล้วก็ลุยลาก เสบียงและอุปกรณ์สนับสนุนไปช่วยเหลือพี่น้อง ไอ้ที่จริง
ก็แค่อาหารไม่กี่มื้อ (มีครั้งหนึ่งพี่น้องติดแหง็ก มีแต่ข้าวเปล่ากับมะละกอต้มเป็นอาหาร)
เอาคีมไปตัดสายไฟที่แช่น้ำ ตั้งระบบไฟใหม่ (ศบ.ตจว.ควรทำเป็น)
ไปยืนยิ้ม ฟังพี่น้องเล่าเรื่องตื่นเต้น ยกมืออธิษฐานเผื่อ แล้วก็กลับ
หลังจากครั้งเดียวที่เราเข้าไป ร้อยเปอร์เซ็นต์ หลังจากนั้นเขาดูแลตนเองได้แน่นอน
เพราะขนาดผมยังเข้าไปถึงตัวพี่น้องได้ แข้งดี ขาแข็งแรง หรือจะทำไม่ได้
อ้อ เจ้าเรือพลาสติคที่พี่น้อง กทม.ถวายไปให้ผมใช้กู้ภัยนั่นดีนะครับ
แต่ทำได้แค่ลากแล้วเราต้องว่ายน้ำจูงมันไป ขืนนั่งคว่ำแหงแก๋ เพราะเรือ
ไม่ได้ถูกสร้างเมื่อสำหรับน้ำเชี่ยว เคยเอาไปช่วยคนครั้งหนึ่ง แทบเอาเรือ
ทิ้งไว้ตรงนั้นเลยเชียว ตอนพายตามน้ำก็ดีหรอก แต่ ตอนขากลับพายขึ้นน้ำ
หนักยังกะลากรถสิบล้อ ....
เล่าอดีต ทสู่กันฟังครับ เพราะบรรยากาศน้ำท่วมพามา
