วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

ประสบการณ์หลับในขับรถครึ่งชั่วโมง 37 กม.

25 กรกฎาคม 2015 เวลา 22:39 น. ผมตกใจตื่นนอนขณะที่อยู่หลังพวงมาลัยรถ ที่กำลังวิ่งเข้าสู่สี่แยกไฟแดง..รีบเลี้ยวซ้ายจอดทันที เพื่อทบทวนว่าตนเองมาที่นี่ได้อย่างไร. .เพราะความซ่าของชีวิต.. เวลาอธิษฐานอดอาหารนาน 7 วัน ติดต่อกัน 21 มื้ออาหารร่วมกับพี่น้องจังหวัดเลย ในช่วงบุกเบิกตั้งคริสตจักรที่นั่น ..แต่ด้วยเป็นเจ้าของกิจการด้วยเลยต้องทำงานไปด้วย ..วันนั้นไปติดม่านที่โรงเรียนแห่งหนึ่งที่ชัยนาท ..สินค้ามาไม่ครบ.. เลยต้องขับรถย้อนกลับมาเอาของที่เพชรบูรณ์ ช่วงเวลาสามทุ่มกว่าถึงกำหนดทานอาหารได้แล้ว ก็เลยแวะกินข้าวกับลูกชายที่อุตสาห์พกไปด้วย ..ด้วยประเมินว่าระหว่างอดอาหารนั้นเราอาจจะไม่ไหว ลูกชายจะได้ช่วยขับหรือช่วยเตือนเวลาหลับ.. กินข้าวเสร็จขับรถออกมาแวะลงไปฉี่.. ที่สี่แยกท่าตะโก-ไพศาลีแล้วก็มานั่งหลังพวงมาลัย ..ขับไปเพชรบูรณ์.. นั่นคือความทรงจำที่จำได้แต่หลังจากนั้น.. #ฉันหลับขับรถบนถนนที่อุดมไปด้วรถพ่วงสามสิบเจ็ดกิโล ...ลูกชายก็หลับด้วย(พกไปทำไมว้าเนี่ย) ..ขอบคุณพระเจ้าไม่ตายไม่พังไม่เจ็บ.. แต่สรรหาเหตุผลไม่ได้ว่ามันไปตรงนั้นได้อย่างไร (รู้ว่า 37 กม.เพราะตื่นมากดจีพีเอสดูว่าข้าอยู่ไหน แล้วเพชรบูรณ์มันไปทางไหนวะเนี่ย) #ขอบคุณพระเจ้าที่ยังไม่ให้ตาย และหลังจากนั้นเป็นเวลา 4 ปีแล้ว ที่พบว่าตนเองมีอาการง่วงหรือเพลียเมื่อไหร่ จอดรถดีกว่า ก่อนจะหลับไปนานแสนนาน งานที่ค้างไว้ยังไม่เสร็จสักรายการ

วันพุธที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

สะพานห้วยตอง

มุมมองนี้สะพานห้วยตองสูงและยาวเหยียดมาก สะพานข้ามเหวลึกที่แยกระหว่างภาคเหนือและภาคอิสาน มีมากมายสารพัดเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่นั่น ส่วนใหญ่เป็นเรื่องสยอง แต่ท้าทายดี เมื่อหลายสิบปีก่อน ลูกเสือสามัญ(เด็กมัธยม) จากโรงเรียนหล่มสักวิทยาคม เกือบพันคน ได้เดินป่าลึกลัดเลาะลำห้วยตองเข้าไป 5 กม. ไปตั้งค่ายพักแรม ที่ริมแอ่งน้ำใหญ่ จำได้ว่ามันสวยมาก ปลาเยอะ ครูแอะ(ครูสอนดนตรี)เอาปืนแก๊ปไปด้วย ครูช่างยนต์(จำชื่อเค้าไม่ได้แล้ว)เอาระเบิดไดนาไมท์ไปด้วย ระเบิดปลาเลี้ยงลูกเสือ อ้ะ อย่าเพิ่งว่าครูเค้านะครับ ยุคนั้น ไม่ได้ถือเป็นเรื่องผิด กม.มาออกทีหลัง พวกเราเล่นน้ำกันสนุกจับปลาตามโตรกหินกันจนตัวซีด เด็กนักเรียนช่วงนั้นการเข้าป่าตั้งแคมป์เพื่อฝึกการดำรงชีวิต เป็นเรื่องที่เราทุกคนต้องเรียนรู้ ก่อไฟเป็น หุงหาอหารเป็น สร้างที่พักกลางป่าได้ ขุดส้วม จัดการขยะ ซักเสื้อผ้า ล้างจาน การแสดงรอบกองไฟ ได้เรียนรู้อะไรดี ๆ จากการเข้าไปตั้งแคมป์ในป่า ยุคนั้นก็ป่าจริงจังแหละครับ..จำได้ว่าไปกับเขาแทบทุกครั้ง แต่มีครั้งนี้แหละที่ไปแล้ว ทำให้ครั้งต่อ ๆ มาไม่ได้ไปตั้งค่ายกับโรงเรียนอีก ..ค่ายลูกเสือที่ห้วยตอง ตอนเขาไปต้องเดินลงเขาผ่านป่าไผ่ เพื่อไปที่หุบเขาสวย ๆ ใกล้ธารน้ำ ขาไปสนุกครับเดินลงเขา ขาเดี้ยงก็เดินได้ลิ่ว ป่าไผ่รวก ป่าเต็งรัง ใบไม้ตอนนั้นเริ่มเปลี่ยนเป็นสีต่าง ๆ บ้างส้ม บ้างแดง บ้างยังเหลือง นัยว่าย่านนี้เป็นป่าไม้ผลัดใบ ครูเค้าพาอ้อมสะพานห้วยตอง ไม่ลงเดินตรงนั้น คงเกรงว่าพวกเราจะกลัวผี ตามคำร่ำลือ ก็แหม ไม่รู้ว่าใครมาตายแถวนั้นบ้าง นับร้อยศพแล้วกระมัง ..ตั้งแคมป์อยู่ที่นั่นห้าวัน ...หลังคาที่ทำด้วยหญ้าสาบเสือของเตนทฺผมก็แห้งได้ที่พอดี ก็รื้อ แล้วเก็บให้เป็นที่เป็นทางตามคำสั่ง อาจารย์บรรจง จันทะสิงห์ อาจารย์เรวัฒน์ ใจชื่น ครูฝ่ายปกครองที่ทำหน้าที่ดูแลเหล่าลูกเสือสามัญร่วมกับคณะครูอีกสิบกว่าท่าน ...อิตอนเดินกลับนี่สิครับต้องเดินตามโตรกห้วย หินทั้งน้าน ขาเดี้ยงอย่างผมก็เดินช้า..สิ มีไม้ง่ามอันนึงคอยพยุงตัว ...และบางช่วงต้องเดินขึ้นเนิน ...ผลคือเค้าไปถึงที่สะพานรอขึ้นรถแล้ว ..ผมยังไปไม่ถึง...ก็เดินเรื่อย ๆ นะไม่ได้หยุดพักแต่มันสโลว์มากกกกกก ....จนอาจารย์เรวัฒน์ท่านต้องเดินย้อนมากับลูกเสือล่ำ ๆ สองสามคน ..พอมาเจอก็บอกว่า เฮ้ พวกเราทำเสลี่ยงหามไป ...ตามวิชาลูกเสือเค้าก็เนรมิตรไม้ไผ่ทำเสี่ยงให้ผมนั่ง ..แต่ใช้ได้จริงไม่กี่เมตรหรอกครับ ..โขดหินสูงต่ำ ..ขึ้นล ง..คนจะร่วงเสลี่ยงและสุดท้ายเสลี่ยงพัง. .อาจารย์เรวัฒน์ท่านก็เลยยิ้ม ๆ แล้วนั่งลง . .บอกว่าขี่หลังครู...เดี๋ยวคนอื่นเขาจะรอนาน. .เดินรั้งท้ายเดี๋ยวเสือมาคาบไปกิน ... .วันนั้นเลยได้ขี่หลังครูฝ่ายปกครองที่ทั้งโรงเรียนกลัวเกรงกันเป็นนักเป็นหนา ..เพราะครูเรวัฒน์ ตีเจ็บมาก มือไม้เรียวรุ่นนั้นก็ครูเรวัฒน์ ใจชื่น กับครูบรรจง จันทะสิงห์ หือจำชื่อแม่นเลยแหละ สายโดน โดดเรียนโดน ผมยาวโดน ฯลฯ เมื่อสามสัปดาห์ก่อน ที่หล่มสักเล่าว่า หลานครูมาเชื่อพระเจ้าแล้ว ..และภรรยาครูก็มาโบสถ์แล้ว ..เสียดายครูเสียชีวิต ตั้งแต่วัยอายุสี่สิบหรือห้าสิบนี่แหละจากอุบัติเหตุ ...เป็นความจริงอย่างนึงที่ ครูดุ ๆ มักจะอยู่ในความทรงจำของนักเรียน นานแสนนาน ด้วยความขอบพระคุณ