วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2558


นิยายน้ำเน่าจากร้านม่าน‬



สองสามปีมานี่ผมได้รับช่างวอลเปเปอร์ฝีมือดีคนหนึ่งมาทำงานที่ร้านเค้าเป็นคนเบลเยี่ยม มีภรรยาเป็นคนไทย มีลูกติดภรรยาสองคน ทำงานเก่งฝีมือดีทีเดียวแม้ไม่ได้เป็นมือหนึ่งของร้านเราแต่เรื่องทำงานอึด ทน ไม่มีว่ากลางวันกลางคืน ไม่เสร็จไม่เลิก
 
 เวลาเค้ามาทำงานก็มากันสองคนสามีภรรยา เพิ่งรู้ตอนหลังว่าที่เค้าทำงานที่ร้านเพราะอยากใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ อยู่กับคนที่เขารักอยู่กับครอบครัวของเขา ทิ้งชีวิตหรูหราที่เบลเยี่ยม ทิ้งรายได้หลายแสนบาทต่อเดือน ทิ้งบ้าน ทิ้งครอบครัว ความสะดวกสะบายที่นั่นขนของ ขนตู้ไม้โอ๊ค สารพัด.เฟอร์นิเจอร์ที่คลาสิคแบบคนมีตังค์ของรักที่เค้าขนมานี่เต็มตู้คอนเทนเนอร์เลย เชียวครับไอ้ที่รู้เพราะเค้าถามขายให้ผมเพราะเค้าอยากให้ของที่เขารักได้อยู่กับผมแทนที่จะไปอยู่กับคนอื่น  แล้วก็ทะยอยขายไปเรื่อย ๆ ผมรู้นะว่าเค้าขายด้วย

เสียดาย ของสะสม ของรักและเค้าดูแล

ของเหล่านั้นดีมาก แต่ที่เค้าขายเพราะเขาเห็นคุณค่า

บางอย่างสำคัญสำหรับเขากว่าคือ ‪#‎ภรรยากะลูกสองคน‬..

ต้นปี 2014 เค้าไม่สามารถทำงานให้ผมได้อีกแล้ว 

เค้าลากลับเบลเยี่ยม เป็นมะเร็งลำไส้ระยะที่สอง(ที่ยังรักษาได้)

ผมคิดว่าเค้าคงกลับไปรักษาตัว..แต่ได้ทราบเมื่อสองเดือนที่ผ่านมา 

เค้าไม่ได้กลับไปรักษาตัว เค้ากลับไปทำงานเดิมที่ท่าเรือทำงานหนักทั้งวันและคืน ไม่ไปโรงพยาบาลเพื่อรักษา ด้วยเหตุผลว่า ..ผมคงไม่รอด..อยากเก็บเงินทุกบาททุกสตางค์เพื่อจ่ายค่าบ้านที่ประเทศไทย เอาเงินค่ารักษาพยาบาล ไปจ่ายค่ารถ ค่าบ้าน..แล้วเค้าคาดว่าอาจจะเหลือเก็บไว้ให้ภรรยาและลูกสักก้อนโตก้อนหนึ่ง ..เพื่อวันที่ครอบครัวไม่มีเขา..พวกเขาจะอยู่กันได้เมื่อเดือนที่แล้วทางเบลเยี่ยมเล่าให้ฟังว่า..เค้านอนบนที่นอน
ที่เลือดไหลนองไปหมด..เวลาของเขาเหลือไม่มากนัก..แต่เราก็ยังได้ข่าวว่าเค้ายังคงไปทำงานที่ท่าเรือเหมือนเดิมอาจเป็นเรื่องแปลกสำหรับเราแต่นั่นคือเรื่องมาตรฐานที่พระเจ้าทรงใส่ไว้ในชายชาตรีทุกคน เพียงว่าแต่ละคน
จะคงคุณภาพไว้ได้มากหรือน้อยน้อยขนาดไหน..

อฟ.5.22-23 

ฝ่ายสามีจงรักภรรยาเหมือนพระคริสต์ทรงรักคริสตจักร

‪#"จนยอมตายแทน‬(ภรรยา)"นั่นคืออุดมการณ์รักอันสูงสุดของชาย

บนถนนชีวิตผมเห็นผู้ชายโง่อันทรงเกียรติเหล่านี้มีจำนวนพอสมควร

ลองค้นดูตนเองนะครับว่าความจริงชาติบุรุษแท้..

เขาจะแสวงหาสตรีผู้ที่เขาจะทนุถนอมด้วยระดับความพร้อม

ที่จะบอกเธอด้วยภาษาชีวิตและการแสดงออกว่า

ฉันนั้นจะพิทักษ์เธอไว้ในความรักนี้..ด้วยกำลังและความสามารถทั้งหมด

พร้อมเสมอที่จะอุทิศเวลาที่เหลือและลมหายใจทั้งสิ้นที่มีให้กับเธอคนนั้น

หุหุ เรื่องน้ำเน่าชะมัดเลย เชื่อไหมคนอย่างนี้ยังมีอยู่อีกเน้าะ


วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

แอกพอเหมาะภาระพอดีชีวิตที่เพาะปลูกต้นไม้ที่หายเหนื่อย





เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

มีโอกาสไปพักบ้านเจ้าหน้าที่สาธารณสุขท่านหนึ่ง

ก็เข้าไปบ้านก็แปลกใจนิด ๆ ที่อายุราชการขนาดนี้

ปกติจะเห็นความอุดมสมบูรณ์ของเฟอร์นิเจอร์

รถรา บ้านช่อง แต่บ้านบ้านหลังนี้กระทัดรัด

เรียบง่าย เน้นเรื่องความสะอาดและพื้นที่ใช้สอย

ตามประสาข้าราชการหนุ่มโสด ในต่างจังหวัด


"เอ..บ้านคุณหมอเป็นคลีนิคด้วยหรือนี่..คนไข้เยอะไหม"



..ผมถามเมื่อเดินออกมาประตูด้านข้าง


"ก็วันละ 30-50 คนนี่แหละครับ..(หมอเค้าตอบยิ้ม ๆ)"


"โห..รวยเลยนะเนี่ยหมอ (ก็วันเกือบหมื่นหากปกตินะ)"



แต่หมอตอบยิ้ม ๆ ว่า 



"ผมเก็บกับชาวบ้านแค่คนละสามสิบบาท 

กำไรจะได้ก็สักคนละสองบาทแต่ขาดทุน

ก็อาจจะหลักร้อยต่อคน วันนึงวันนึงก็เสมอตัว

ที่ทำอย่างนี้เพราะมีความตั้งใจอยากจะดูแลสังคม

ให้ดีที่สุดเท่าที่ตนเองจะสามารถทำได้ ครับ"






ผมเลยฉุกใจคิดขึ้นมาทันทีว่าเจอคนที่มีความเข้าใจเหมือนกัน 
เรื่องการตั้งคริสตจักรผ่านวิชาชีพและการดำเนินชีวิตประจำวัน(อย่างเป็นธรรมชาติ) 
แค่เราดำเนินชีวิตอย่างมีพระคริสต์และสำแดงพระคริสต์ผ่านชีวิตประจำวัน 
คริสตจักรก็เกิดขึ้นแล้ว เป็นแอกพอเหมาะเป็นภาระที่เบา 
เราเองจะหายเหนื่อยและมีความสุขกับการรับใช้พระเจ้าและยิ่งมีความสุขกับการทำวิชาชีพ 
เอ้อ ..หมอ ครับ อย่างนี้โสดนานแน่ คงจะยากนักจะหาหญิงไหนทนทาน
กะการเสียสละชีวิตให้สังคมตลอด 24 ชม.แบบนี้ได้
..สตังค์มีเท่าไหร่ก็ไปกับงานสังคม งานรับใช้งานช่วยเหลือคนอื่น
ตอนเช้าวันอาทิตย์พี่น้องก็ไปนมัสการที่ห้องประชุมของ รพ.ชุมชม ที่หมออยู่ 
ก็เยอะพอสมควรกับคริสตจักรในชนบทครับ 
แถมตอนนั้นยังรู้อีกว่าพี่น้องที่นี่เวลาขัดสนก็มากดเอทีเอ็ม
ที่กระเป๋าคุณหมอเอาไปทำไร่ทำนากันอีก
ดีแล้วที่ไม่มีภรรยาไม่งั้นโดนเอ็ดสามวันสามคืนแน่ 







ภาพคริสตจักรที่มีชีวิตชีวามีความผูกพัน ไปไหนไปกัน มีอะไรก็แบ่งกัน 

มีนัดจัดเลี้ยงอาหารโน่นนี่นั่นประจำ อ้วนสิ ไปสองสามเที่ยวผมเริ่มอวบ

เพราะเทศกาลอร่อยสามัคคี ที่มีการทุกนัด อาหารคลีน แต่คับกระติ๊บ

อีกอย่างที่ผมสงสัยและน่าจะได้คำตอบเมื่อเราไปด้วยกัน

คือสงสัยว่า เอ หมอไม่ใช่คนที่นี่ ทำไมปักหลักที่นี่ ไม่ขอย้ายกลับบ้าน

เรื่องเล่านี้...ต้องช่วยกันนะครับ

ณ ที่นั่นเป็นดินแดนที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน มีการค้ายาเสพติด

ด้วยราคาที่ถูกกว่าแถวเพชรบูรณ์กว่าครึ่งเลย(ก็ถามเด็ก ๆ เค้าว่างั้น)

พ่อค้ายาเสพติด(ที่มีอิทธิพล)จะใช้เด็กอายุระหว่าง 12-18 ปี

เป็นคนขนส่งยาเสพติดด้วยรถมอเตอร์ไซค์ เมื่อ จนท.จับ

เค้าจะมีเทคนิคทางกฎหมายคือโยนให้พ้นรถบ้าง เอาไว้นอกบ้านบ้าง 

อยู่ในพื้นที่ที่ศาลจะเอาผิดไม่ได้บ้าง เมื่อ จนท.จับได้ก็ต้องปล่อยตัว

หรือโดนอย่างหนักก็แค่ระดับศาลเยาวชน โดนให้ค่าจ้างการขนยาเสพติดเป็น

ส่วนแบ่งยาเสพติดให้จำนวนร้อยละสิบ คือส่งสิบเม็ดได้เสพ 1 เม็ด

ทำให้เยาวชนย่านนั้นเกินกว่าครึ่งคือผู้ป่วยยาเสพติดที่คุณหมอต้องเยียวยา

ต้องเป็นที่พึ่ง ต้องบอกต้องสอน ต้องดูแลแทนพ่อแม่ของเขา

งานเยียวยาสังคมที่ทำให้ใครสักคนหนึ่งเดินหันหลังให้กับหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบไม่ได้

ก็คงต้องยืนอยู่ในแนวรบอันเลวร้ายนี้ต่อไปจนกว่าจะมีกำลังพลมาสนับสนุน

อันนี้ก็อุดมการณ์เดียวกันกับผมเลยเชียวแหละครับ แต่พื้นที่ผมยังไม่หนาแน่น

และดูสถานการณ์เลวร้ายเท่าย่านพื้นที่ของคุณหมอ 

งานพระกิตติคุณของพระคริสต์จำต้องผ่านทั้งชีวิตประจำวันที่สื่อสารภาษาชีวิต

ด้วยความเกลือที่ส่งผลเป็นแสงสว่างที่ฉายแสง 

คริสตจักรจึงไม่ใช่เรื่องยากเย็นที่จะตั้งขึ้นในทุกพื้นที่

ถ้าดินแดนนั้นในช่วงชีวิตนี้เราเอาชนะไม่ได้ก็ให้แผ่นดินกลบหน้าไปก็เท่านั้นเอง

ใช่ไหมครับ