วันพุธที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

แช่งเล็ก ๆ

บางครั้งชีวิตคริสเตียนมันก็จะเป็น งึก ๆ งั่ก ๆ มันเป็นงึก ๆ งัก ๆ
จังหวะดีๆ ก็ปรู๊ดปร๊าด วิ่งนำหน้าโด่ง พอปล่อยปละละเลยก็เพลิดเพลินกับพระพร จนลืมวัตถุประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้าของพร
ที่คริสตจักรมีสาวน้อยนางหนึ่งที่เริ่มต้นมาจากเล็กน้อยเอามาก ๆ
แต่พระเจ้ายกชูอย่างอัศจรรย์ จาก เด็กสาวธรรมดาจนเป็นเจ้าของกิจการทางวิชาการที่มีชื่อเสียงมากในภูมิภาควาระหนึ่งที่ต้องเตรียมฐานชีวิตเพื่อก้าวต่อไปใน
วิชาชีพ ก็ขออนุญาตเรียนต่อ ป.โท ในวันเสาร์อาทิตย์
ผมก็อนุญาติให้เรียนได้นะครับ เพราะไม่ใช่ปัญหา
หากเราจัดเวลาให้ดี เพราะนิมิต อยากให้เค้าเรียนให้จบ ป.เอก เร็ว ๆ
เพราะเป็นตัววางนักวิชาการคริสเตียนตามนิมิตของคริสตจักร
แต่พอเรียนไปปีนึง ความเปลี่ยนแปลงเริ่มเข้ามาสิงสู่
มาโบสถ์สาย ชอบกลับก่อนเวลา
เตือนก็แล้ว มียิ้มท้าทาย คุณพ่ออีก ( เขาเรียกผมว่า Daddy)
และแล้วแว่บนึงของยุทธวิธีปราบลูก ๆ ดื้อดึง
คือ “แช่ง” อย่าตกใจว่าผมใจร้าย เป็นเจ้าหน้าที่ใช้สิทธิอำนาจเกินกว่าเหตุ
เพราะเป็นวิธีที่ใช้ได้ผลชะงัดนักครับ เรากล่าวอนุญาตสิ่งใด
ด้วยความชอบธรรม พระเจ้าก็กล่าวอนุญาตด้วย
ใช้ได้ผลกับคุณท่านทั้งหลายที่ใกลชิด(คนห่างผมไม่ใช้ครับ)
เช่น เด็กวัยรุ่นชอบแอบไปเธค ก็โดนเรียกมากำชับแล้วบอกว่า


“ นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปหากหนูไปอีก ขอให้สิวขึ้น
เพื่อเป็นหมายสำคัญของการไม่เชื่อฟัง” 


มาจริงครับ หากไป เมื่อไหร่ เช้ามา สิว พรึบ ต้องสารภาพบาป
บางรายรักษาหุ่นมาก แต่ชอบขาดโบสถ์ ขาดค่าย


“ ใครขาดค่ายปีนี้ ขอน้ำหนักขึ้น 3 กก. หรือ บอกว่า
ขาดวันอาทิตย์เมื่อไหร่ มาอีก 1 กก.”


สุดยอดครับ มาตามนั้นทุกประการ
เหมือนสั่งข้าวมันไก่ร้านปากซอยเลย สั่งอะไรได้ตามนั้น
ย้อนกลับมาเรื่องคุณลูกสาว ป.โท เกียรตินิยมคนนี้นะครับ
ชอบชิ่งตอนเทศนาอยู่เรื่อย พอแว่บออกไปเมื่อไหร่
สมาชิกในโบสถ์ ก็ทำปาก พะเยิบพะยาบ (แบบไม่มีเสียง)


“ ลูกสาวอาจารย์ไปแล้ว” 


แล้วเจ้าหล่อนหาโอกาสได้ดีสุดยอดเลยนะครับ
รอดสายตาเมื่อไหร่ “แว่บ” อาทิตย์แล้วอาทิตย์เล่า
ด้วยความเป็นห่วงในสวัสดิภาพฝ่ายวิญญาณว่า
หากคริสเตียนเป็นอย่างนี้ เขากำลังเดินในทุ่งหญ้าเหี่ยวแห้ง
วันหนึ่งจะทุกข์ระทมกับความแห้งแล้งกันดารของชีวิต
อาทิตย์นึงก็มาถึงวาระถอดถอนออกมาจากอันตรายด้วยยุทธวิธี
อันแสบสันต์ของศิษยาภิบาล
รอบนมัสการรอบค่ำก็เริ่มต้นปกติ
นมัสการเสร็จ คำพยานและโปรแกรมต่างๆ ก็ดำเนินไปจนเทศนา
มองไปที่ประตูหลังห้องนมักสาร แถวที่นั่งเจ้าลูกสาวตัวดี 


“ว่างเปล่า”

พี่น้องในแถวรู้แล้วว่าสายตาผมถามว่า 


“ไปไหน”

เขาก็ตอบด้วยปากแบบไม่มีเสียงว่า 


“ไปแล้วตะกี้นี้ตอนอาจารย์ก้มลงอ่านพระคัมภีร์”


ผมก็เลยหงุดหงิดเล็ก ๆ ในใจจะบอกว่าใครหนีประชุมขอให้ยางรถแตก
แต่ เออ หากยางแตกก็ไม่ปลอดภัย เพราะเดินทางกลับ
40 กม. มืดค่ำ อันตราย ก็เลยเอาแบบให้กลับใจโดยกล่าวว่า


“ ใครหนีประชุมวันนี้ขอให้เจ้า Vios ยางรั่ว”


แล้วก็เทศนาต่อนำรายการจนจบการประชุม
อาทิตย์ต่อมา เราก็เข้ารอบนมัสการปกติจนมาถึงรอบที่ 2
คือรอบค่ำที่ นักศึกษา ป.โททั้งหลายจะต้องเข้ามานมัสการ
เออ แปลก ที่เจ้าลูกสาวขับวีออสมาโบสถ์ก่อนเวลา
แล้วมิหนำซ้ำไปขอเป็นพยานกับพิธีกรอีก
และเมื่อถึงเวลาเป็นพยานเจ้าหล่อนก็กล่าวว่า


“ขอบคุณพระเจ้า เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว รถยางรั่วค่ะ
ขอบพระคุณพระองค์ที่ยางไปแบนแต๊ดแต๋ ที่บ้านพอดี
เรียกช่างมาถอดไปปะ โดนตะปูขนาด 4 นิ้ว ปักคาอยู่
ช่างบอกว่าคงโดนมาเกือบชั่วโมงแต่เพราะเป็นยางเรเดียน
ก็เลยไม่รั่วทันที ขอบพระคุณพระองค์จริง ๆ ที่
ทรงให้แบนตอนที่อยู่ในโรงรถ”



 




ที่ประชุมอมยิ้มกันทั้งที่ประชุม แล้วส่งเสียง


“ เอเมน ฮาเลลูยา เอเมน ฮาเลลูยา”  ...ดังลั่น


เจ้าหล่อนก็ทำหน้าแปลกใจว่า เอ วันนี้เป็นพยานแค่เรื่องรถยางแบน
ทำไมที่ประชุม ตอบสนอง เอเมน ฮาเลลูยา อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
โดยหารู้ไหมว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คุณ Daddy ของเจ้าหล่อน
แช่งเล็ก ๆ ว่า ใครหนีประชุม ขอออออ...ให้วิออสยางแบน
………………………………….
จากวันนั้นจนกระทั่งวันนี้ สองปีแล้ว วีออสเจ้าเก่า
ไม่เคยหนีกลับก่อนเลย

พี่น้องใครอยากทดลองเอาไปใช้ไหมละครับ “แช่งเล็ก ๆ ”
เพราะบางลูกแกะบางตัว ที่ชอบ งึก ๆ งัก ๆ เอาสักทีนึง เขาจะโล่งสบาย
รักพระเจ้าอยู่ในความเชื่อฟังอย่างน่ารัก น่าเอ็นดู เลยเชียวแหละ
แต่นี่เกือบห้าปีแล้ว เจ้าแกะน้อยของ Daddy ชักจะมีพิษสงอีกวาระ

2012 ไม่เหนือบ่ากว่าแรง จะหยิบไม้เรียวมาถืออีกสักหน