วันจันทร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2555
แม้ความตายก็มิมาชิงเธอไปจากฉันได้
19 มีนาคม 2012
ดูข่าวทีวี ฟาบริซ มูอัมบ้า นักเตะกองกลางวัย 23 ปี ของโบลตัน
หัวใจหยุดเต้น ไม่หายใจ กลางสนาม การแข่งขันฟุตบอลเอฟเอคัพ
รอบ 8 ทีมสุดท้าย ระหว่างท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ กับ โบลตั้น
ที่สนามไวท์ฮาร์ทเลน ต้องยุติการแข่งขันลง
ทั้งที่เพิ่งแข่งไปเพียง 41 นาที ขณะที่ทั้งสองทีมเสมอกันอยู่ 1-1
เรื่องไม่จบลงแค่มองเห็นคือ เมื่อปฐมพยาบาลก็น่าจะฟื้น
แต่ด้วยเหตุผลทางการแพทย์ที่ปกติมนุษย์อย่างเรา ๆ ท่าน ๆ
หากหัวใจหยุดเต้นเจ้าออกซิเจนไม่ไปเลี้ยงสมองเกินกว่า 3 นาที
การฟื้นคืนมาอาจจะได้ แต่สมองของเขาอาจสูญเสียไป
เป็นเจ้าชายนิทรา แต่ในข่าวดังกล่าวได้บอกว่า ภรรยาของเขา
ได้ขอให้แฟนบอลทั่วโลกอธิษฐานกับพระเจ้าให้เขาฟื้น
มาเป็นปกติ เธอบอกว่า คำอธิษฐานช่วยได้จริง ๆ
ก็เลยนึกถึงคำพยานนี้ ครับ คำอธิษฐานอย่างสุดใจ
ของภรรยาและลูก เรียกชายที่หมดลมหายใจไปแล้ว
3 ชั่วโมง ให้กลับมาดำรงชีวิตอยู่กับครอบครัว
ได้อีกครั้ง ...ฟาบริซ มูอัมบ้าก็น่าจะได้สิทธินั้น
หลายครั้งที่การดำเนินชีวิตของมนุษย์ปุถุชนคนดื้อดึง
มักจะไม่ยอมจำนนกับพระเจ้าง่าย ๆ
การเพียรอธิษฐานวิงวอน ของครอบครัว
เป็นคำอธิษฐานอันชอบธรรมมีพลังทำให้เกิดผล
มีครอบครัวหนึ่ง(น้ำอะไรไม่มีในสวรรค์)
เท้าความย้อนหลัง เป็นครอบครัวที่น่ายกย่อง
ในความเป็นนักสู้และการตั้งเป้าหมาย
ที่สูงส่ง และเดินในทางชอบธรรม ของผู้เป็นแม่
ครอบครัวนี้มีด้วยกัน 4 คน พ่อ แม่ ลูกสาวคนโต ลูกชายคนเล็ก
ขณะที่ลูกสองคนยังเล็กมาก วันคลานและวัยเดินทั้งสองคน
คุณพ่อที่เป็นบุรุษรูปร่างสง่างามได้ ออกจากครอบครัว
ไปอยู่กับภรรยาคนใหม่
คุณแม่ต้องดูแลและเลี้ยงดูบุตรทั้งสองด้วยความจำกัด
บ้านที่ไม่มีข้างฝาบ้าน ไม่มีที่คุ้มแดด ลม และมิจฉาชีพที่แน่นหนา
ครั้งหนึ่งในชีวิตครอบครัวนี้ เคยเจอวิกฤต มีนักเลงประจำหมู่บ้าน
ปีนเข้าบ้านเพื่อจะกระทำการกับคุณแม่ แต่น้องชายที่อยู่บ้านใกล้ ๆ
ได้วิ่งมาช่วยไล่โจรคนนั้นไป รุ่งเช้า น้องชายคุณแม่เจอนักเลงคนนั้น
ขณะที่พาหลานทั้งสองออกเดินเล่น นักเลงกับพวกได้บังคับ
ให้น้าชายของหลาน ๆ กราบเท้าขอขมากลางถนนในหมู่บ้าน
ภาพเมื่อคืนอันประหวี่นพรั่นพรึงและการเอารัดเอาเปรียบเหล่านั้น
ยังคงอยู่ในสายตาเด็ก น้อยทั้งสองคน
พออายุได้ 15 ปี ลูกสาวคนโตต้องออกจากโรงเรียน
เพราะแม่ไม่มีเงินจะส่งเสีย
และอีกอย่างเพื่อหลีกทางให้น้องชายมีโอกาสเรียน
เพื่อเดินทางไปทำงานที่บริษัทรับทำความสะอาดที่ฮ่องกง
และลูกสาวของครอบครัวนี้ได้รับเชื่อในพระเจ้าที่ฮ่องกง
ตลอดเวลาที่อยู่ที่นั่น เธอพยายามอย่างยิ่งที่จะเก็บหอมรอมริบ
ส่งเงินกลับมาให้แม่และน้องที่บ้าน น้องได้เรียนจบตามความคาดหวัง
แม่ปลูกบ้านได้สำเร็จมีเงินเก็บในบัญชี 800,000 บาท .
มีรถปิคอัพใช้ และความยินดีอย่างยิ่งของครอบครัว
คือคุณพ่อทิ้งบ้านน้อย ภรรยาน้อย
กลับมาอยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุขอีกครั้งหนึ่ง
ความฝันอันสูงสุดของเด็กสาวประสบความสำเร็จ
เธอกลับบ้านและประหลาดอย่างหนึ่งที่เธอเลือกเพชรบูรณ์
ทั้ง ๆ ที่ตนเองเป็นคนจังหวัดน่าน ครอบครัวอยู่ที่น่าน
ผูกพันตัว รับใช้ น้องชายก็มาอยู่ด้วย เธอเรียนอีกครั้ง ที่ กศน.
และเมื่อจะเข้าเรียนต่อในระดับปริญญาตรี
สิ่งที่น่าตกใจอีกครั้งคือ
เงินที่เก็บไว้เพื่อศึกษาต่อ 800,000 บาท
หมดไปแล้ว บ้านที่ปลูกไว้ติดจำนอง และคุณพ่อกลับมา
สร้างปัญหาหนี้สินอีกเกือบล้าน
การเรียนครั้งนี้ต้องปรับเปลี่ยนไปอีกครั้ง
เธอต้องรับสอนภษาอังกฤษที่คริสตจักร
ชั่วโมงละ 10 บาท เพื่ออาศัยรายได้ส่งตนเองจนเรียนจบ
ปัจจุบันจบแล้ว ป.โท เกียรตินิยม ทั้ง ตรีและโท
แต่เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา วันที่พระเจ้าทำการอัศจรรย์
ทำให้คุณพ่อต้องเชื่อในพระเจ้าคือวันที่ครอบคัวนี้ หนีจาก จ.น่าน
ไปอาศัยอยู่ที่บ้านญาติที่ปทุมธานี
คุณพ่อหัวใจวายอย่างกระทันหัน
ในสวนปทุมธานี ที่อยู่ลึกมาก ไม่มีรถยนต์
กว่าจะตามรถยนต์ได้ กว่าจะเดินทางออกมาจากสวน
ใช้เวลาทั้งหมด 3 ชั่วโมงครึ่ง
แพทย์ที่โรงพยาบาลปทุมธานีพยายามช่วยชีวิตเบื้องต้น
อีกกว่า ครึ่งชั่วโมง แล้วเดินออกมาบอกคุณแม่ว่า
“ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ สามีของคุณเสียชีวิตไปกว่า 3 ชม.แล้ว
แพทย์ไม่สามารถช่วยชีวิตสามีคุณไว้ได้”
วาระแห่งความเสียอกเสียใจพุ่งปรี๊ดมาอย่างกระทันหัน
ความหวังที่ได้อยู่กับครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตา
ความสุขที่เพิ่งได้รับตักตวงเพียงไม่ถึงปี อันตรธานไป
พร้อมกับเสียงของแพทย์ที่เดินออกมาบอกว่า
ด้วยสีหน้าแสดงถึงความเห็นอกเห็นใจ
วูบหนึ่งแห่งความคิด
ย้อนหลังถึงคำพูดของบุตรสาวที่เชื่อในพระเยซูคริสต์
ตนเองก็เคยรับเชื่อ คำว่า
“พระเยซูคริสต์ทรงรักษาคนป่วยให้หายคนตายให้ฟื้น”
เข้ามาในโสตประสาท เป็นถ้อยคำที่เต็มไปดวยพลัง
คุณแม่ร้องเสียงดังพร้อมกับวิ่งมาที่ระเบียงอาคาร
แหงนหน้ามองท้องฟ้า ร้องด้วยเสียงที่บาดความรู้สึกคนได้ยิน
“ พระเยซู พระเจ้าของลูกสาวข้าน้อย ขอช่วยผัวข้าน้อยด้วย”
ร้องไป วิ่งไป เพราะบุรุษพยาบาลวิ่งไล่จับ ด้วยเข้าใจผิด
คิดว่าคุณแม่จะวิ่งไปกระโดดตึกฆ่าตัวตายตาม
เสียงที่ดังลั่น บุรุษพยาบาลและพยาบาลตลอดจนเจ้าหน้าที่
ที่วิ่งไล่บนอาคารสร้างความตื่นตระหนกกับคนในโรงพยาบาล
จนคุณแม่หยุดที่ระเบียงและคุกเข่าลงร้องไห้คร่ำครวญกับพระเยซูคริสต์
พระเจ้าที่คุณแม่รู้จักไม่มากนัก
ท่ามกลางการรายล้อมของเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล
ที่คอยพิทักษ์มิให้ทำการทำร้ายตนเอง
“ คุณหมอครับ ๆ คุณหมอ “
ทุกคนหันไปมองที่ต้นเสียง พบบุรุษพาบาลที่ห้อง ER
วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาแล้วบอกว่า
“คุณประสิทธิ์ ฟื้นแล้วครับ คุณประสิทธิ์ฟื้นแล้ว
หายใจแล้ว ไปช่วยกัน เร็ว ๆ”
คุณแม่ยิ้มด้วยความหวัง วิ่งกลับไปที่ห้อง ER พร้อมกับทุกคน
หลังจากนั้นก็มีการสวน การใส่
สารพัดสายไปบนร่างกายของคุณพ่อประสิทธิ์
หลังจากนั้นคุณหมอก็บอกกับภรรยาคนป่วยว่า
“เราคงต้องทำใจนะครับ คนป่วยรอดมาอย่างอัศจรรย์
แต่เนื่องจากสมองขาดอากาศไปกว่า 4 ชม.
คนไข้อาจไม่รอดชีวิต
และถึงรอดชีวิตก็ต้องกลายเป็นเจ้าชายนิทรา
ด้วยเหตุผลทางการแพทย์ ประมวลแล้วว่าต้องเป็นอย่างนี้”
คุณแม่กลับไปที่ห้องคนป่วยอีกครั้ง มองภาพสามีที่รักที่เกร็ง
ร่างกายเป็นเสมือนคนทีตายไปแล้ว มีเพียงลมหายใจ
และกราฟแสดงอาการเต้นของหัวใจอ่อน ๆ เท่านั้น ที่แสดงว่า
เขายังมีชีวิตอยู่ ความหวังใจและภาพที่ตนเองแหงนหน้า
ร้องเรียกพระเยซู
และอัศจรรย์การกอบกู้ลมหายใจ ยังตราตรึงในความคิด
ความเชื่อที่พุ่งแล่นเข้ามาในมิติ แห่งความหวังใจ
จึงกดโทรศัพท์หาลูกสาว
ลูกชายและส่งต่อมาถึงพี่น้องคริสเตียนในเพชรบูรณ์
คำอธิษฐานที่เคลื่อนภูเขาก็เริ่มกำหนดทิศทางแห่งความอัศจรรย์
ไม่กี่เดือนหลังจากนั้นคุณพ่อประสิทธิ์พัฒนาการอย่างอัศจรรย์
ความจำทุกอย่างยังคงอยู่หมด อ่านหนังสือ ช่วยเหลือตนเองได้
เป็นภารกิจที่ผมจะต้องขับรถกระบะไปรับจาก กทม.
มาอยู่บ้านของลูกสาวที่ อ.หล่มสัก ก็คุยจ้อตลอดทาง
ผ่านย่านไหน จำได้หมด ญาติทุกคนไล่เรียงชื่อ
ตามรายทาง ว่าใคร เป็นไง มีลูกกี่คน เจอกันที่ไหน
ผิดคาดการณ์ของแพทย์ที่บอกว่าคนตายไปสามสี่ ชม.
สมองไม่มีทางกลับมาทำงานได้ แต่พระเจ้าทรงอยู่เหนือ
ทุกสิ่ง ไม่มีสักสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ หากเราเพียงเชื่อเท่านั้น
ทุกวันนี้ คุณพ่อประสิทธิ์ก็อาศัยอยู่ที่ อ.หล่มสัก
พัฒนาการเป็นไปอย่างต่อเนื่อง แต่อย่างหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนัก
คือ พฤติกรรมของท่านเป็นเสมือนเด็กอายุ 5 ขวบ
ติดแม่(ภรรยาของท่าน) อย่างแยกจากกันไม่ได้เลย
ภรรยาก็แสดงความรัก ความห่วงใย ดูแลเอาใจใส่
เป็นเสมือนของรักยิ่งได้กลับคืนมา
ในอ้อมแขนอีกครั้งอย่างไม่มีวัน
ที่ใครคนใดคนหนึ่งจะแยกไปจากคุณแม่ได้อีก
จนชั่วกาลนาน
พระเจ้าทรงอัศจรรย์ แผนการของพระเจ้าทรงล้ำลึกเสมอ
http://news.sanook.com/1106351/%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9F%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%B4-%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2/22
22 มีนาคม 2012 แพทย์ประจำทีมโบลตัน ให้สัมภาษ์ณ์ว่า
มูฮัมบา นั้นโดยทางการแพทย์เขาตายไปแล้ว ๗๘ นาที
เพราะ เขาหยุดหายใจตั้งแต่สนามบอล สามสิบกว่านาที
และเมื่อถึง รพ.แพทย์ใช้เวลากู้ชีวิตอีกสามสิบกว่านาที
คนตายไปชั่วโมงกว่าแล้วฟื้นกลับมาได้มีแต่เรื่องปาฏิหาริย์เท่านั้น
กรณีเรียนรู้ที่เราน่าจะจดจำว่า
๑. คนตายแล้วฟื้นด้วยคำอธิษฐานนั้นมีจริง
๒. คำอธิษฐานด้วยความรัก/ความเชื่อจาก
ภรรยาของคุณพ่อประสิทธิ์ และภรรยามูฮัมมา
ได้กู้ชีวิตสามีเขากลับมา รากฐานความรัก/เชื่อ
เป็นประตูของปฏิหาริย์
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)


ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ตอบลบ