วันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2555

ไม่ใช่ธุระของเจ้า


 

26 ธันวาคม 2008  วันนี้อากาศเย็น ผ่านไปทางจุดชุมวิว อ.เขาค้อ นึกถึงบ้านเล็ก ๆ หลังหนึ่งท่มีสองแม่ลูกที่รักพระเจ้าเคยอาศัยอยู่
จาก เดิมผู้เป็นแม่ดื่มเหล้าจัด จนป่วยหนัก ป่วยวันเว้นวันจนคนในหมู่บ้านเชื่อว่าคงเสียชีวิตในไม่ช้า
แม้ว่าจะเลิกเป็นนักดิ่มดื่มแล้ว แต่เมื่อ 17 ปี ที่ผ่านมาคุณป้าและลูก ๆ ได้เชือในพระเจ้าและหลังจากนั้นก็ดีวันดีคืนแต่ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจก็เป็นปัญหาประจำการของคนในระดับรากหญ้าอาชีพของคุณป้าเป็นอาชีพของคนชั้นสูง
คือทำไพหญ้าคาขาย (ทำหลังคานะครับผมเลยว่าคนชั้นสูง )
วิธีทำก็คือต้องไปอาศัยที่คนอื่นใกล้ ๆ บริเวณที่มีต้นหญ้าคาหนาแน่น
และบ้านติดถนนสายใหญ่ เกี่ยวหญ้าคาทิ้งไว้ให้แห้ง
แล้วก็เอาใส่รถเข็นมาที่บ้านถักด้วยเชื่อกเข้ากับก้านไม้ไผ่ที่เหลาไว้
เสร็จแล้วเอาไปวางที่ริมถนน แป็นกอง ๆ
ราคาขายตอนนั้นราคาก้านละ 7 บาท วันไหนขายได้ก็มีสตังค์
วันไหนขายไม่ได้ก็ไม่มีสตังค์ อดบ้าง อิ่มบ้าง แล้วแต่จังหวะชีวิต
และเมื่อคุณป้าเชื่อพระเจ้า ผมและพี่น้องก็ช่วยเหลือเรื่องเงินทองมาตลอด
ด้วยความห่วงใย ผ่านไปหลายปี คุณป้าและลูก ๆ ก็ยังยากจนเหมือนเดิม
เราก็คอยช่วยเหลือเหมือนเดิม
วันหนึ่งในฤดูหนาวผมกับภรรยา
ก็ขับรถดัสสัน 620 สีแดงเพลิง (รถคันแรกของชีวิต)
ไปทำกลุ่มแคร์ พอแคร์เริ่มไปถึงการเสนอหัวข้ออธิษฐาน
คุณป้ายกมือแล้วขอให้อธิษฐานว่า

“ อาจารย์อธิษฐานเผื่อด้วยค่ะ วันนี้ข้าวเหลืออยู่หนึ่งแก้ว
พรุ่งนี้เช้าก็จะต้มกินกับ ลูกชาย แต่หลังจากนั้นคิดไม่ออกว่าจะกินอะไร”

เรา ก็ยกมือขึ้นอธิษฐานกับพระเจ้า แต่ในใจบอกตนเองว่า
ในกระเป๋าเรามี สามพันบาทแบ่งคุณป้าสัก ห้าร้อย
เราก็เหลือตั้งเยอะ แต่มีเสียงจากภายใน
(บอกยากไม่รู้จะบอกว่าอย่างไรนะ) บอกว่า

“ไม่ใช่ธุระของเจ้า”

ความคิดจะควักสตังค์ตนเองหดวาบ
เริ่ม โปรแกรมต่อไป สอนบทเรียนไปเรื่อย ๆ
แต่เสียงที่กำชับว่าอย่ายุ่งยังอยู่ ความลังเลจะช่วยก็มี
เกรงว่าจะเป็นเสียงของความเห็นแก่ตัวของตนเองก็เยอะ
พอสสอนเสร็จก็เลยถามป้าเค้าว่า

“แล้วเหลือข้าวแก้วเดียวนี่ ป้ามีความหวังใจที่ไหน”

ป้าเขาชี้มือไปที่บนนริมถนนบอกว่า

“ถ้าหญ้าคากองนั้นขสยหมดก็จะได้เงิน 3,300 บาท"

ผม ก็เลยอธิษฐานเผื่อแล้วหนุนใจว่าทุกครั้งที่เราเผชิญปัญหา
ให้เราจับมือกันใน ครอบครัวแล้วอธิษฐานการอธิษฐาน
อย่างเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันจะเคลื่อนการช่วยเหลือจากพระเจ้า
และเป็นประสบการณ์ให้เราเติบโตในพระเจ้า
อย่าเพียงเชื่อว่าเราจะมีกินไปวันวัน
แต่จงเชื่อว่าเราจะมีเพียงพอสำหรับตนเองเสมอ
และมีบริบูรณ์สำหรับงานที่ดี ทุกอย่าง
รวมทั้งจะมีแจกจ่ายด้วยใจกว้างขวางด้วย สอนเสร็จผมก็ขับรถออกมา
ขณะที่ลงมาจากเขาค้อจะมีฝูงตั๊กแตนตัวเขียวบินมาเกาะตามถนน
ผมก็จอดรถเปิดไฟหน้ารถให้ภรรยาลงไปไล่ตระครุบ
เก็บเอาไปทอดที่บ้าน ขณะรอภรรยาไล่จับตั๊กแตน ในใจก็คิดไตร่ตรองว่า


“เห็นทีว่าเสียงห้ามไม่ให้เงินพี่น้องมาจากตนเองแหง
แล้วพี่น้องไม่ได้ทานข้าวในพรุ่งนี้ เสียใจแย่เลย”

แต่เสียงกำชับอีกครั้งด้วยประโยคเดิมก็กลับมาอีก ว่า

“ไม่ใช่ธุระของเจ้า”

วันนั้นผมไม่ได้กลับเอาเงินไปให้คุณป้า กลับบ้านนอนหลับ
ตื่นเช้าอุตสาห์ขับรถย้อนมาอีกครั้งประมาณเที่ยงวัน
เพื่อตรวจสอบดูว่าพระเจ้าพระองค์ทรงกระทำสิ่งใด
พอเข้ามาที่บ้านพบสองแม่ลูกกำลังง่วนทำหญ้าคาอยู่
คุณป้ายิ้มร่าบอกเสียงดังว่า

“อาจารย์ พระเจ้าอวยพรแล้ว แหมือนที่อาจารย์สอนเลย
เมื่อเช้ามีรถกระบะคันหนึ่งมาจอดเทียบ ร้านหญ้าคาฉันเลย
ขาเหมาหมดกอง ได้ตังค์ 3,300 บาท มีข้าวกินแล้วอาจารย์”

ผมเลยตระหนักบทบาทว่าหลายครั้งด้วยเหตุผลของเรา
ประสบการณ์ของเรา ความตั้งใจที่ปรารถนาจะช่วยคนนั้น ช่วยคนนี้
ด้วยความเป็นมนุษย์หลายปีดีดัก เรากำลังปิดกั้น
ทำให้ลูกแกะหรือคนในการดูแลของเราขาดประสบการณ์การพึ่งพาพระเจ้า
เราชิงเข้าไปแทรกบทบาทของพระองค์ ยุ่งในส่วนที่ไม่ใช่ธุระของเรา
พระ เจ้าประสงค์ให้เราเล่นบทบาทของเรา ธุระของเราอันแท้จริงคือ
การเทศน์ สอน ให้คนภายใต้การดูแลรู้จักการพึ่งพาพระเจ้าเป็นการส่วนตัว
ให้พระเจ้าเป็นพระเจ้าของเขาด้วยไม่ใช่เป็นเพียงพระเจ้าของอาจารย์
นั่นแหละครับเสียงที่บอกว่า การแสดงความรัก ความห่วงใยก็เป็นเรื่องสำคัญ
ที่เราจะต้องแสดงออกเป็นการกระทำ แต่ก้าวต่อไปคือต้องนำผู้เชื่อ
เดินทางลึกไปในทุ่งหญ้าอันเขียวสด การรู้จักพระผู้เลี้ยงด้วยตนเอง

“ไม่ใช่ธุระของเจ้า”

พี่น้องเคยได้ยินไหม
จากนั้นครอบครัวนี้ไม่เคยขัดสนสิ่งดีใด ๆ เป็นครอบครัวที่เริ่มจากยากจน
อาทิตย์ต่อมาสองแม่ลูกเริ่มถวายทศางค์กับคริสตจักร
อีกสามเดือนไปจองที่ดินที่ห่างจากบ้านเล็กของป้าไปอีก สองกิโลเมตร
และปลายปีก็ซื้อที่ดินปลูกบ้านเป็นของตนเอง
อาศัยอยู่อย่างมีเพียงพอสำหรับตนเองและสำหรับงานที่ดีทุกอย่าง
จากคนยากจนหาเช้ากินค่ำหรือไม่มีจะกินในมื้อต่อไป
กลายเป็นคนมีเงินฝากธนาคาร ปีหนึ่งหลายหมื่นบาท
(ก็มากโขเชียวสำหรับคนแรงงาน ตจว.)
เพราะพระเจ้าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระเจ้าที่รัก ห่วงใย
ดูแลลูกของพระองค์อยู่เสมอ

และ ในทางตรงกันข้ามหากผมยังก้าวก่ายหน้าที่พระเจ้า
ป่านนี้พวกเขาคงจะลำบากยากจน อดมื้อ อิ่มมื้อ
อาศัยที่ดินคนอื่นอยู่ ไม่มีเพียงพอสำหรับตนเองเสมอเช่นทุกวันนี้
ระวังนะครับเล่นบทบาทของเราอย่างสมดุลและทรงประสิทธิภาพ
อย่าให้ใครโดนตำหนิว่า "ไม่ใช่ธุระของเจ้า" อีกก็แล้วกันนะครับ

3 ความคิดเห็น:

  1. อ่านแล้วน้ำตาแทบไหล​ ผมเจอเหตุการณ์​แบบนี้บ่อยครับ​ เหมือนจะไม่รอดแต่รอดมาทุกที

    ตอบลบ
  2. ขอบคุณอจ.ที่แบ่งปันคำพยานค่ะ ขอแชร์ต่อนะคะ

    ตอบลบ