วันพุธที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2562

อาณาจักรของปู่

พ่อเล่าว่า นามสกุลจันทร์ลา มาจากปู่ทวด "จัน"และย่าทวด "ลา" หลังสงครามโลก ปู่"ถม"กะย่า"ปัททุมมา" ย้ายพาครอบครัวหนีโรคฝีดาษจากบ้านนาแซง อ.หล่มเก่า..มาหักล้างถางพงปลูกบ้านอยู่ที่บ้านวังโป่ง.บ้านน้ำชุ่มดินดำ ติดแม่น้ำป่าสักที่อุดมสมบูรณ์ มีโรงสีข้าว ฟาร์มหมู จำได้ว่าคอกวัวปู่ทำด้วยต้นซุงเรือนแฝดขนาดใหญ่มากน่าจะปลูกกินพื้นที่หนึ่งไร่เต็มรวมคอกควายที่คล่อมไต้ถุนก็น่าจะเกือยสามไร่ ในนั้นมาฉางข้าวโพด ฉางข้าวเปลือก.ที่ท่าน้ำมีเรือกระแซงลำใหญ่เอาไว้ขนผลิตผลไปขายหากข้าวหรือข้าวโพดที่เก็บไว้ในฉางได้ราคาดี ..ยุคนั้นเราสามารถล่องเรือจากเพชรบูรณ์ไปถึงอยุธยาได้เลยมีเรือโยงขึ้นมาจากอยุธยามาขายของถึงเพชรบูรณ์บ่อย(พ่อเล่าแต่ยุคผมติดฝายแล้วหมดสิทธิขึ้นมา)..รอบ ๆ คอกวัวและแนวรั้วปลูกต้นงิ้วซึ่งตอนผมเห้ฯก็ใหญ่มากต้นเดียวนี่ได้นุ่นเป็นลำรถหกล้อได้เลย..เจ้าเหล่าต้นนุ่นนี่แหละเป็นที่มาของผ้าข้าวม้าและผ้าห่มที่นอนพับที่เก็บไว้หลายสิบอันด้วยย่าก็ทอผ้าและทำไว้เรื่อย ๆ เรือนปู่ทำได้วยไม้แดงไม้มะค่า แป้นไม้หน้ากว้างเมตรกว่าหนาหกนิ้วได้มั้งเวลาปู่เล่าเรื่อง ผี ๆ เนี่ยไม่ต้องกลัวผีที่ใต้ถุนบ้านเอามือมาแหย่เราตามร่องเลยเพราะเราจะห่อตัวนั่งในแป้นกว้าง ๆ นั้นได้ ปู่เป็นนักเล่าเรื่องตัวยงเลย..คงเพราะผจญภัยในป่ามาเยอะและผ่านสงครามโลกครั้งที่สองมาแล้ว(แปลกที่ปู่ไม่เคยเล่าเรื่องสงครามเลย แต่ภาพปู่ในชุดทหารและสงครามมีให้เห็น).ด้วยปู่เป็นหมอทหารของกองทัพ..พอปลดประจำการก็เลยมีวิชารักษาพยาบาล..เป็นที่นับหน้าถือตา ..ฮ่า..ก็แปลกดีในวัยเด็กไม่ยักกะเห็นปู่รักษาใครด้วยวิชาการแพทย์แผนปัจจุบัน..เห็นแต่เอามีดหมอขับผี หางกระเบนไล่ปอบ เป่ากระหม่อมรักษาไข้...ต่างกับพ่อ..รายนั้นไม่เอาเรื่องไสยศาสตร์เลยเชียวแหละ..ขนาดย่าเล่าว่าพ่อนั้นเมื่อวัยเด็กเล่าเรื่องอดีตชาติตนเองที่เคยเกิด...ว่าเป็นคนหนองปากแฮด..บ้านป่ากลางทุ่งลานป่า..โค่นไม่ปอขี้คันคาก..แล้วทับตาย..เล่าเป็นตุเป็นตะ..พ่อบอกว่าเรื่องไร้สาระ..เด็กก็พูดไปเรื่อยเปื่อย...โตแล้วเมื่อรู้ว่าไม่จริงก็เลยไม่พูดแล้วพ่อเนี่ยนะไม่เชื่อเรื่องโลกฝ่ายวิญญาณเอาเลยเชียว..บวชนานจัดบวชอยู่วัดบวรนิเวศน์เพื่อเรียนหนังสือ..จนจบครู ปม....ทบทวนความจำในวัยเด็กที่สนุกมากเลยพบว่าปู่..รวยมากกกกกกกกก..แต่ปู่้ไม่มีตังค์..มีแต่ทรัพย์ที่มั่นคงที่ได้มาด้วยความฉลาด ภูมิปัญญาและเป็นนักผจญภัย..เสียดายท่านจากไปเร็วมาก..ด้วยโรคมะเร็งกระเพาะในวัยน่าจะห้าสิบอันเป็นผลมาจากการขยันจนไม่กินข้างวกินปลาถ้าท่านอยู่ต่อตรงนั้นน่าจะเป็นอาณาจักรแห่งอดีตที่เป็นศูนย์การเรียนรู็ภูมิปัญญาท้องถิ่นเลยเชียว...เรือนไทยหลังมโราฬลูกหลานก็รื้อแปรรูปไม้ทำเป็นเรือนสมัยใหม่ไปแล้วเรือโบราณลำใหญ่ก็กลายเป็นฟืน ซากอดีตเหลือแต่ความทรงจำ..ที่ผมเอามาเล่าไว้นี่แหละ..มีโอกาสอาจจะเนรมิตรไว้เป็นอนุสรณ์ไว้เล่าเรื่อง...แต่คงใช้เงินมหาศาลเชียวนะเอ้อ..

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น