วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2562
เพชรมีค่าในมือพ่อค้าเพชร
ปี 2000 ฤดูกาลแบบนี้แหละ ผมกับศิษยาภิบาลอีกท่านนึงได้รับแหวนวงหนึ่งมา.คนให้มาก็ไม่บอกอะไรด้วยนะ..ตัวเรือนเป็นทองคำขาว หัวเป็นแก้วเจียระไน ..เราสองคนก็มานั่งส่อง...และแล้วอาจารย์ท่านนั้นก็กล่าวว่า..เอางี้..เพราะเรามีส่วนแบ่งกันคนละครึ่ง..ผมตีราคาตามความสวยงามละกัน..ผมขอส่วนแบ่งของผทพันนึงแล้วอาจารย์เอาแหวนไปใช้เลย..เอาให้ภรรยาใส่..หรือไม่ก็เอาไปขายผมว่าได้สองสามพันอยู่หรอกทองคำขาวเนี่ย ..ที่ว่าอย่างนั้นเพราะอาจารย์เค้ารู้จักทองคำขาวเคยเห็นเคยจับและเคยขาย....แต่ในใจผมไม่คิดอย่างนั้นสิ...ผมรู้สึกถึงรายละเอียดของตัวเรือนแหวนและเหลี่ยมมุมของแหวนวงนั้นว่าช่างลงรายละเอียดไว้อย่างกับของชิ้นนั้นมีราคามากกว่าร้อยกว่าพัน...ผมก็เลยบอกอาจารย์ผู้ร่วมหุ้นส่วนว่า....อย่าเพิ่งเลยผมว่ามันมีราคามากกว่านั้น...เกรงว่าตอนหลังมันราคาแพงกว่าผมจะไม่มีกำลังพอจะคืนเงินส่วนแบ่งให้อาจารย์...หรือไม่ก็จะเกิดความไม่สบายใจเปล่า ๆ เอาไว้ให้คนรู้จักตีราคาดีกว่า...ตานี้ผมก็เก็บเข้ากระเป๋ากางเกง ...ทำงานไปจนถึงวันอาทิตย์..ที่โบสถ์หล่มสักตอนนั้นก็มีคนสักสี่สิบห้าสิบคน...ช่วงทานอาหารเที่ยง อยู่กันพร้อมหน้าแหละ ผมก็...เอาเจ้าแหวนวงนั้นมาอวดพี่น้องในคริสตจักรแล้วบอกว่าทำไงผมจะแบ่งส่วนแบ่งกะอาจารย์เบนได้อย่างยุติธรรม...ทุกคนก็ตีราคากันใหญ่เลย หลักร้อยมี หลักพันมี ไม่มีใครให้เกิน 2000 สักคนจนมาถึงมือ ..พี่น้องคนนึงที่เขาทำร้านพลอย ทำเจียระไนพลอย...แม่นางก็ทำตาโต..เฮ้ย..จ้านนนนน..นี่มันแหวนเพชร...ประมาณห้าสิบตังค์ได้...ราคาไม่ตำกว่าสองหมื่นเด้อเนี่ย...แล้วนางก็การันตีความเห็นว่าเป็นเพชรจริงไม่ใช่เพชรเก๊ ให้โดยการนำไปให้ร้านทองตีราคา...ร้านแรกให้ 22,000 บาท ร้านที่สองให้แพงกว่า ราคาน่าจะเกือบสามหมื่นแหละ...แล้วก็กลับมาที่โบสถ์..ด้วยรอยยิ้มหน้าบาน...เลยยิ้ม ๆ ถามว่าแหวนอยู่ไหนเจ๊....เค้าก็เลยเอาเงินปึกนึงมายื่นใส่มือให้บอกว่า เอาไปแบ่งกันได้แล้ว..เออ..เน้าะ..ของที่มีราคาเนี่ย..ไปอยู่ในมือคนที่ไม่เห็นคุณค่า ไม่รู้ราคา...ก็ประเมินสิ่งนั้นต่ำกว่าความเป็นจริง..ใช้สอยสิ่งนั้นอย่างไม่เห็นคุณค่า...ทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ ดีกระเป่าไม่ทะลุทำหล่นหายไปหลังจากหย่อนลงกระเป่ากางเกง..ดึงเข้าดึงออก...แหมเงินสองสามหมื่นยุคนั้น..แพงมาก..ทองบาทละเจ็ดพันเอง..เทียบกะเดี๋ยวนี้ก็เกือบแสนล่ะ...ด้วยความไม่รู้เราประเมินราคาแหวนเพชรต่ำกว่าความเป็นจริงตั้งสิบเท่าตัว...ให้ซื้อด้วยราคาหมื่นเดียวก็คงไม่ซื้อเพราะเราไม่เห็นคุณค่า...ชีวิตเราเช่นกันครับ...อย่ามอบให้กับสิ่งใดที่ไม่ให้คุณค่้าไม่พิสูจน์ว่าเรามีค่า..ของที่่มีค่าจะมีมูลค่าสูงสมกับราคามันก็ต่อเมื่อยู่ในมือของคนที่เห็นคุณค่า..ตะหาก...คนที่ตายแทนเราได้หรือคนที่ตายแทนเราไปแล้ว...ย่อมพิสูจน์ว่าเรามีคุณค่าจนจ่ายราคาเสียสละสภาพสูงสุด..มารับสภาพทาส..จนมรณาบนเครื่องประหาร.และเมื่อเขาเอาภารกิจของเขาให้เราดำเนินต่อ...ภารกิจนั้นควรมีคุณค่า...เพราะเขาเห็นเรามีค่า.....ความสำคัญที่เราแสดงออก..คือเห็นคุณค่าของภารกิจที่เขาส่งต่อให้เราระดับไหน..ระดับลูกจ้าง.ที่พร้อมจะทิ้งภารกิจทันทีที่ไม่ได้ประโยชน์.หรือเจ้าของ...ที่พร้อมจะตายเพื่อภารกิจ..
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น