วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2554

อาจารย์ช่วยเอาไปชนให้หน่อย

เมื่อปลายเดือนกันยายน 2002 ไปประชุม TMC ที่กรุงเทพ
ขาไปได้ผ่านบริเวณหนึ่งคือหน้าปั๊มน้ำมัน ปตท.เลยลำนารายณ์
นึกถึงเมื่อครั้งดูแลอำเภอหล่มสักประมาณปี 2000
ผมพาทีมงาน 12 คน เดินทางไปประชุม BC ตามปกติ
คริสตจักรมีรถของพี่น้องเรียงรายมาให้ใช้ตลอดรถเก๋งบ้าง
รถกระบะบ้าง เก่าบ้างใหม่บ้างแล้วแต่รถใครจะจัดมา
คริสตจักรที่ผมรับใช้ทุกแห่งไม่เคยขาดยานพาหนะที่เหมาะสม
“ฟป.4.19 และพระเจ้าของข้าพเจ้าจะประทานสิ่งสารพัด
ที่พวกท่านขาดอยู่นั้นจากทรัพย์อันรุ่งเรืองของพระองค์ในพระเยซูคริสต์”
และก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ วันนั้นผมได้รถจากเต็นท์รถมือสองของทีมงาน
( ปัจจุบันเป็นศบ.ความหวังหล่มสัก ) ซื้อมา 3 วันราคา 185,000 บาท
เจ้าของยังไม่เคยใช้เลยเอามาให้ ศบ.เจิมด้วยการพาพี่น้องไป BC
และ ศบ.ก็เจิมจริง ๆ ซะด้วย บริเวณปั๊ม ปตท.ลำนารายณ์
ที่กล่าวข้างต้นเป็นช่วงถนนทำใหม่
สะพานขาดเป็นช่วงๆ แต่ถนน 4 เลน สร้างเกือบหมดแล้ว
เหลือแต่สะพานถนนโล่งมากเลยเพราะเป็นสี่เลน
เราแวะเข้าปั๊ม ปตท.เพื่อเข้าห้องน้ำ
เมื่อ ออกรถก็เลี้ยวซ้ายออกมาเลย ขับเพลินแซงรถพี่น้องความหวังชัยภูมิขึ้นมา
ตามประสาคนขับรถไม่ช้า ความเร็วประมาณออกสตาร์ท 100 กม.ต่อชม.
แต่ปกติไปเร็วกว่านี้ ขับได้สักพักเห็นป้ายว่าถนนปิด เห็นป้ายปุ๊บชนป้ายปั๊บ
ป้ายกระเด็นไปคนละทางอีก 10 เมตร
เจอท่อคอนกรีตที่ยกมาขวางสะพานที่ขาด เบรคไม่อยู่แล้วครับ 100 กม.ต่อ ชม.
20 เมตรยังไงก็ไม่อยู่หลบก็ไม่ได้เพราะรู้ฤทธิ์เดชโตโยต้าไมตี้เอ๊กซ์ว่าหลบแล้วเบรค
รถรุ่นนี้หมุนแน่นอน ประสบการณ์คุมไม่อยู่เคยหมุนมาแล้วที่ อ.วังทอง
ไม่หลบอันตราย มีพี่น้อง 12 ท่านที่เป็นทีมดาวิดอยู่ที่รถโบสถ์เศร้าแน่ถ้าเกิดอะไรขึ้น
ตัดสินใจพุ่งเข้าชนอย่างเดียวครับ เท้ากระทืบ เบรคครั้งที่ 1 เบรค ครั้งที่ 2 เบรคครั้งที่ 3
( เบรค ย้ำ ๆ ๆ คือถ้ารถไม่มี ABS ต้องย้ำเบรคอย่างนี้เพื่อป้องกันล้อล็อค อันตราย )
เสียงล้อรถกระบะครูดกับถนนด้วยแรงเบรค "เอี๊ยด เอี๊ยด ดดดดด โครม"
คือผมย้ำเรคได้ประมาณ สองครั้งเพราะกระชั้นชิดมาก
แล้วหักพวงมาลัยเอาล้อหน้าด้านขวาเข้าชน
โครม แล้วปิดกุญแจดับเครื่อง
ลงมาเช็คพี่น้องหลังรถว่ามีใครร่วงใครหล่น
"ใครเจ็บใครเป็นอะไรบ้างหรือเปล่า" นั่นคือคำแรกที่ผมเดินอ้อมมาถามที่หลังรถ
แล้วเดินกลับมาเดินมาเช็คที่หน้าเก๋งดูว่าใครหัวใจวายหรือเปล่าเจ็บหรือเปล่า ...
ที่รีบไปข้างหลังเพราะข้างหน้ารู้แล้วว่าปลอดภัยตั้งแต่รถหยุดแล้ว
แต่ข้างหลังเป็นกระบะอันตรายกว่ามาก ขอบคุณพระเจ้าไม่มีใครเป็นอะไร
และก็ขอบคุณพระเจ้าที่อีกไม่ถึง 5 เมตรก็ตกสะพานที่เขาทุบขาดออกจากกันแล้ว.....

"คราวนี้เอาไงกันดี" พี่น้องน้องถามเพราะเค้าคิดว่าผมคงกลับหล่มสักเพราะรถพังแล้ว
แต่ตรงกันข้ามสิ่งทีี่พี่น้องคิด ผมกลับบอกว่า
"ไปประชุมให้ได้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเพราะปัญหาพยายามหยุดเรา
อย่าสร้างนิสัยให้ปัญหาหยุดความตั้งใจของเราไม่ว่าเหตุผลใด ๆ "

ผมฝากพี่น้อง 10 คนขึ้นรถพี่น้องชัยภูมิล่วงหน้าไปก่อน
แล้วบอกว่า
“ไม่ต้องห่วงพรุ่งนี้เช้าอาจารย์จะตามไป” ....
ให้พี่น้องเอารถลากไปเข้าอู่
ที่พระเจ้าจัดเตรียมไว้ แล้วซ่อมทั้งคืนบอกว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่ผมจะต้องไปประชุม
เพราะครั้งนี้สำคัญอย่างมาก สำคัญเพราะมีนิสัยไม่ยอมแพ้อะไรที่มาขัดขวางความตั้งใจ
ช่างก็ลงมือซ่อมให้ทั้งคืนเพื่อจะเอารถไปกรุงเทพให้ได้
แต่ ช่างบอกว่า
“ไม่น่าไปนะครับเพราะรถไม่สมบูรณ์กลับเพชรบูรณ์ใกล้กว่า ค่อย ๆ ไป รถน้อยกว่า”
เพราะถ้าขับไปก็ต้องขับกลับอีกบรรทุกคนมาอีก
( ตอนกลับผมให้พี่น้องนั่งรถเมล์กลับ )
แต่เมื่อผมยืนช่างก็ตอบสนองทั้งคืน ช่างทำไปแล้วก็บอกให้ผมไปนอนพัก
นอนอย่างไรก็ไม่หลับ เป็นห่วงความรู้สึกเจ้าของรถ
กลัวเสียความมั่นนใจในพระเจ้าว่ายอมเสียสละรถเพื่องานพระเจ้ามาตลอด
ตามจริงเป็นพี่น้องท่านนี้เป็นคนรักและถนอมรถไม่ให้ใครใช้เลย
นอกจากอาจารย์ แต่วันนี้รถซื้อมา 3 วันพังแล้ว
รถที่พังเมื่อไปซ่อมแล้วนำมาขายก็จะมีตำหนิขายไม่ค่อยได้กำไร
ไม่ค่อยสบายใจเพราะปกติจะเป็นคนขับรถไม่พลาด
ทางปิดก็ไม่น่าซุ่มซ่ามขับพรวดพราดเข้าไป
เมื่อนอนไม่หลับก็อธิษฐาน อธิษฐาน
มี เสียงตรัสอย่างชัดเจนด้วยพระสุรเสียงคุ้นเคย มั่นใจ และอบอุ่น
จำได้แม้กระทั่งปัจจุบันนี้ว่า .....
“ธุระของเจ้าเรารับผิดชอบ....” ( เพราะผมรับผิดชอบธุระที่พระเจ้าใช้ให้ทำ )
ผมนอนหลับไปเลย เช้าช่างก็ทำรถเสร็จช่าง 3 คน ทำงานทั้งคืน
เขียนบิลค่าแรงมาเก็บค่าซ่อมเป็นบิลค่าแรงที่อัศจรรย์ 300 บาท คนละหนึ่งร้อย
พระเจ้าจัดเตรียมช่างฝีมือดีและมีน้ำใจจริง ๆ ช่างบอกว่า
“คุณ ขับรถชนรถพังแถมเป็นรถคนอื่น...แค่นี้ก็เสียใจแย่
แล้วผมจะไปซ้ำเติมคุณก็ กระไรอยู่เอาเป็นว่าช่วยเหลือก็แล้วกัน.
... 300 บาทนี่ก็เอาเป็นค่าชา กาแฟ กระทิงแดงลูกน้อง...”
อย่างนี้ก็มีนะครับ .... มาถึง โฮป พี่น้องที่ส่วน S2
ถวายช่วยมาประมาณ 5,000 บาทช่วยค่าซ่อม
พี่น้องที่คริสตจักรช่วยอีก 8,000 บาท เอากลับไปเข้าอู่ที่หล่มเก่า
ขณะที่รถอยู่ที่อู่ซ่อมพี่น้องก็พูดกันตามประสามนุษย์ว่าเกิดอะไรขึ้น
ผมก็ยิ้มแล้วก็บอกว่า
“เดี๋ยววันอาทิตย์จะเล่าให้ฟังอย่างชัดเจนว่าเกิดอะไร”
พอวันอาทิตย์ในคำเทศนาด้วยความเชื่อ ความมั่นใจในพระเจ้าผมบอกพี่น้องว่า
ที่รถชนไม่ใช่สาเหตุใดอื่นอย่าสงสัยเลย เหตุผลคือ
“อาจารย์ซุ่มซ่ามเอง...”
แต่เรื่องนี้เป็นธุระพระเจ้าที่จะอวยพระพรให้รถของพี่น้องที่ยอมเสียสละ
เพื่อพระราชกิจพระเจ้าให้รถคันนี้ขายได้ราคาแพงที่สุด
และเร็วที่สุดในบรรดารถทุกคันตั้งแต่พี่น้องของเราท่านนี้ขายรถมือสองมา
อัศจรรย์พระเจ้ารับรองคำพูดคนของพระองค์
อีก 3 วันรถเสร็จออกมาจากอู่โดยความเป็นจริง
รถทุกคันจะจอดขายรอราคากว่า 2 อาทิตย์
ขายกำไรเฉลี่ยคันนึงประมาณ 20,000 บาท
แต่เพราะเราพูดไว้อย่างนั้นพี่น้องก็เลยตั้งราคาสูงเลยคือซื้อมา 185,000 บาท
ตั้งขาย 230,000 บาท กำไร 45,000 บาท ถ้าขายได้ตามนี้
และพระเจ้าก็ทำอัศจรรย์อย่างนั้นจริง ๆ คน อ.ด่านซ้าย
มาขอซื้อแบบไม่ต่อรองสักคำเดียว
เหตุผลเดียวคือชอบมาก ๆ จอด 3 วัน ขายได้กำไร 45,000 บาท
ค่าซ่อม 13,000 บาท พี่น้องช่วยกันถวายอยู่แล้ว ...
เป็นตามนั้นจริง ๆ พี่น้องหล่มสักจำคำพูดผมได้
ทีมงานท่านนี้ก็ซื้อรถมือสองมาขายเรื่อย ๆ แต่ไม่ได้ราคาและขายเร็วเท่าคันนั้นเลย
มีบางคันอยู่นานมากขายไม่ได้สักทีก็เลยเอากุญแจมาให้ผมแล้วบอกว่า
“อาจารย์ช่วยเอาไปชนให้หน่อยจะได้ขายเร็ว ๆ กำไรเยอะๆ “
โถใครจะไปเสี่ยงอีกหละครับคันเดียวพอแล้ว....
แต่ตอนนี้ทีมงานท่านนั้นเลิกขายรถแล้วครับเพราะเป็นศิษยาภิบาลไม่มีเวลาไปขายแล้ว
ดูแลคริสตจักร 3 คริสตจักร( ศบ.หน.โซน ) เฉพาะที่หล่มสักมีพี่น้องกว่า 150 คน
มาเฉลี่ย 120 คนต่อสัปดาห์ ไม่แน่นะครับก็เพราะรถชนนั่นแหละจึงถวายตัว
ใครไม่ถวายตัวลองใช้วิธีเอารถของพี่น้องท่านนั้นไปชนดูก็ได้เผื่อได้ผล
..ล้อเล่นหนะครับอย่าเลย....เครียด....

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น