วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2554

ตะเกียงติดไฟเอง

19 พฤษภาคม 2005

มีคำพยานของพี่น้องท่านหนึ่งที่อ.เขาค้อ 
พี่น้องท่านนี้เป็นคริสเตียนเก่าแก่มาก 
เชื่อพระเจ้ามานานเชื่อตั้งแต่อยู่ที่ บ้านห้วยสวิง 
คำว่าห้วยสวิงสำหรับคริสเตียนเพชรบูรณ์
จะรู้ดีว่าเป็นที่ตั้งคริสตจักรแรก ของจังหวัดเพชรบูรณ์ 
เมื่อประมาณ 70 ปี ก่อน  อาจารย์เวอร์เนอร์ ราสสิน่า 
เดินทางมากับเรือบรรทุกสินค้ามาจากประเทศฟินแลนด์ 
มาที่กรุงเทพและสอบถามข้อมูลที่สถานทูต
เพื่อติดตามหาเชื้อแห่งแผ่นดินสวรรค์ว่า 
มีคริสเตียนที่ไหนเพื่อจะเริ่มต้น.... 
สถานทูตให้ที่อยู่คริสเตียนท่านหนึ่ง
ที่กลับบ้านที่ บ้านห้วยสวิง ต.บ้านกลาง อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ 
70 ปีที่แล้ว เพชรบูรณ์เป็นดินแดนที่น่ากลัวมาก 
ดินแดนแห่งไข้มาเลเรีย อาจารย์เวอร์เนอร์เล่าให้ฟังว่า
ลงรถที่ อ.เมือง แล้วก็จ้างคนนำทางเข้าไปห้วยสวิง 
แต่คนนำทางกลัวอะไรสักอย่างจึงไปไม่ถึง
หนีกลับก่อนแล้วให้เดินต่อไปเอง อาจารย์เดินมาเรื่อย ๆ 
ถามชาวบ้านไปเรื่อย...พูดก็ไม่ชัด จนค่ำก็เลยนอนที่ห้างเฝ้าไร่ข้าวโพด 
ที่นอนไม่มีประตู ก็เอาประเป๋าเดินทางปิดกั้นประตูไว้ นอนจนเช้า 
ตื่นขึ้นมาพบว่ารอยเท้าที่เปื้อนโคลนของเสือโคร่งรอยใหญ่มาก
ขนาดฝ่ามือกาง ๆ ออก เป็นรอยเดินรอบที่นอน
แล้วรู้สึกว่าจะวนอยู่ที่บริเวณศีรษะอาจารย์มากกว่าส่วนอื่น 
อาจารย์พูดติดตลกว่าเสือมันงงไม่เคยเห็นฝรั่งหัวแดง ๆ 
มันเลยไม่กล้ากิน ที่ท้าวความย้อนหลังไป
เพราะอยากให้ทราบว่าพี่น้องท่านนี้เป็นคริสเตียนเก่า จริง ๆ 
เป็นลูกหลานการส่งต่อมรดกทางความเชื่อจากสมัยแรก
เมื่อมิชชั่นนารีที่เชื่อใน พระวิญญาณบริสุทธิ์เข้ามาเป็นกลุ่มแรกในประทศไทย 
หลังการรับฤทธิ์เดชประมาณปี 1906 
พี่น้องท่านนี้เป็นคริสเตียนที่ค่อนข้างลุ่ม ๆ ดอน ๆ 
ไม่ค่อยเสถียรเท่าไหร่นัก มีครั้งหนึ่งที่เป็นเหตุให้เขากลับใจมาหาพระเจ้า
เพราะเขาป่วยเป็นโรคเก๊า ป่วยหนัก ปวดตามข้อจนทนไม่ไหวแล้ว 
ยาทุกขนานก็เอาไม่อยู่ วันนั้นพี่น้องมาตามผมไปอธิษฐานเผื่อ 
กลับใจอีกครั้งหนึ่ง พวกเราก็เดินทางขึ้นไปจัดกลุ่มแคร์พิเศษ 
อธิษฐานเผื่อ แล้วก็กลับ พอกลับมาพี่น้องท่านที่ป่วยอยู่นี่
ก็ยังนอนไม่หลับด้วยพิษโรคเก๊า ที่บ้านของเขาไม่มีไฟฟ้าใช้ 
จุดตะเกียงเพื่อให้ความสว่างเป็นตะเกียงน้ำมันก๊าด จุดไว้สองดวง 
ด้วยความเจ็บปวดก่อนที่ลูกและภรรยาจะหลับก็อธิษฐานด้วยกัน 
พออธิษฐานเสร็จก็สั่งให้ภรรยาดับตะเกียงในห้องนอน
ที่จุดตะเกียงน้ำมันก๊าดไว้สองดวงแล้วก็พากันนอนหลับ 
ลูกและภรรยาก็หลับหมดตอนนั้นเวลาประมาณสักเที่ยงคืน 
คนอื่นหลับหมดแต่ด้วยความเจ็บปวดทำให้เขาหลับไม่ลง
อาการกำเริบหนักมาก ขึ้นจนเหมือนกับจะสิ้นชีวิต 
ก็เลยพยายามลุกขึ้นมาร้องเพลงนมัสการพระเจ้า
ก็เพลงที่เขามักใช้ร้องกันงานไว้อาลัย นั่นแหละครับ
เพราะถึงจุดยอมจำนนแล้วว่าฉันคงจะต้องจากโลกนี้ไป
จึงร้องเพลงพักพิงในพระเจ้า
"พระเจ้าลูกเจ็บปวดมากขอให้พระเจ้ารับเอาลูกไปเถิด
เพราะคืนนี้ลูกทุกข์ทรมานเหลือเกิน" 
แต่อัศจรรย์อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้น 
ขณะหลับตาอธิษฐานก็พบว่าจู่ ๆ มีแสงสว่างเกิดขึ้นก็ลืมตาขึ้นดู 
เขาขนลุกซู่เพราะตะเกียงสองดวงที่ดับไปแล้วมันกลับติดขึ้นมาอีกหนึ่งดวง 
... เขาตื่นเต้นมาก พระเจ้าต่อชีวิตให้อีกและอาการของเขาก็หายเป็นปลิดทิ้ง
นับตั้งแต่วันนั้น เป็นต้นมา... พระเจ้าทรงจุดตะเกียงต่อชีวิตให้อีกครึ่งหนึ่งอัศจรรย์
และวันนี้ (27 กันยายน 2011) ขณะที่ผม(ผู้เขียน) กำลังเอาเรื่องนี้มาลง
บันทึกในบล๊อก พี่น้องท่านนี้ได้จากไปอยู่กับพระเจ้าแล้วหลังจาก
เขาใช้ชีวิตที่เอาจริงเอาจังอยู่หลายปี แล้วก็กลับไปเหมือนเดิม
ตะเกียงอีกดวงหนึ่งก็ดับลง ในอีก 7-8 ปี หลังจากสว่างขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

ชีวิตของเราทุกคนเวลาในโลกนี้มีจำกัดนัก จงใช้เวลาส่องสว่างให้มาก
ที่สุดและยาวนานที่สุดเพื่อเขาจะสรรเสริญพระบิดาของเราผู้ทรงสถิตในสวรรค์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น