มีสองครอบครัวที่เป็นคนกลุ่มแรก ๆ ของคริสตจักรความหวังจังหวัดนี้
ทั้งสองเป็นคู่เขยกัน คือคนหนึ่งแต่งงานกับพี่สาวที่เป็นอดีตนางเอกลิเก
อีกคนหนึ่งแต่งงานกับน้องสาวที่เป็นแม่ค้าที่ตลาด
แรก ๆ ที่อพยพจากชันนาทมาอยู่ที่จังหวัดนี้ก็มาด้วยกันดี ๆ นี่แหละ
อยู่ด้วยกันพึ่งพาอาศัยกันมาเรื่อย
มาเชื่อพระเจ้าเมื่อครั้งที่ผู้เป็นพี่สาวป่วยเป็นอัมพาตนองแบบกับที่มา 2 ปี
พี่น้องที่กรุงเทพและ ท่านผู้นำจากภาคใต้ท่านหนึ่ง
มาเยี่ยมและอธิษฐานเผื่อแล้วพบการรักษาอันอัศจรรย์ ลุกขึ้นเดินได้
ก็เลยพากันมาเชื่อพระเจ้าทั้งครอบครัว ทั้งลูกหลาน
เป็น รากฐานการก่อตั้งคริสตจักรความหวังที่นี่ตั้งแต่ประมาณปี 87-88
อีกคนหนึ่งแต่งงานกับน้องสาวที่เป็นแม่ค้าที่ตลาด
แรก ๆ ที่อพยพจากชันนาทมาอยู่ที่จังหวัดนี้ก็มาด้วยกันดี ๆ นี่แหละ
อยู่ด้วยกันพึ่งพาอาศัยกันมาเรื่อย
มาเชื่อพระเจ้าเมื่อครั้งที่ผู้เป็นพี่สาวป่วยเป็นอัมพาตนองแบบกับที่มา 2 ปี
พี่น้องที่กรุงเทพและ ท่านผู้นำจากภาคใต้ท่านหนึ่ง
มาเยี่ยมและอธิษฐานเผื่อแล้วพบการรักษาอันอัศจรรย์ ลุกขึ้นเดินได้
ก็เลยพากันมาเชื่อพระเจ้าทั้งครอบครัว ทั้งลูกหลาน
เป็น รากฐานการก่อตั้งคริสตจักรความหวังที่นี่ตั้งแต่ประมาณปี 87-88
อยู่มาระยะหนึ่งลูก ๆ ที่โตขึ้นบ้างก็เอาพระเจ้าบ้างไม่เอาพระเจ้าบ้าง
แต่ส่วนใหญ่ก็เข้มแข็งในพระเจ้า
ที่ ไม่เข้มแข็งก็เป็นเหตุทำให้คุณพ่อทั้งสองบ้านที่ซื้อห้องแถวติดกันผิดใจกัน ด้วยเป็นคนมาจากกลุ่มแสวงโชค ( เขาเรียกกลุ่มคนอพยพเข้าเพชรบูรณ์ในช่วงเปิดป่า ) ก็เลยมีลักษณะนักเลงไม่ยอมใครง่าย ๆ
เค้าก็เลยไม่ค่อยถูกกัน
เวลามีแคร์ถ้าเปิดบ้านน้องสาวพี่เขยก็ไม่มา แต่พี่สาวมา
และถ้าเปิดแคร์ที่บ้านพี่สาวน้องเขยหรือเขยเล็กก็ไม่มามาแต่น้องสาว
เป็นอย่างนี้มาตลอด ผู้นำเปลี่ยนมาแล้ว 6 สมัย 6 ท่านแล้ว
จนถึงสมัยผมเป็นคนที่ 7 ( เลขสวยเชียว )
มีเรื่องหนึ่งเกิดขึ้น เพราะท่านเขยเล็กค่อนข้างมีฐานะที่ดีกว่า
มีที่ดินเยอะ ทำไร่ไว้ที่บนเขาบ้านวังทอง ลุงเค้าก็ชอบขับรถยนต์บ้าง
มอเตอร์ไซค์บ้างเดินทางไปที่ไร่เพื่อตัดใบตองมาให้ภรรยาทำขนม
บางทีก็ไปตัดหญ้า ปลูกลำไย ลิ้นจี่ และพืชสวนมากมาย
ก็เป็นคนรักการเข้าป่าทำไร่ ชอบชีวิตอย่างนี้แล้วก็มีความสุขตามสมควร
วันหนึ่งเกิดเหตุที่เราตกใจและต้องอธิษฐานเผื่อกันทั้งคริสตจักร
เมื่อทราบว่าคุณลุงความดันโลหิตขึ้นสูงจนเส้นโลหิตแตกในสมอง
ขณะขับรถมอเตอร์ไซค์กลับจากไร่
รถล้มนอนอยู่ข้างทางนานมากจนคนมาพบแล้วนำส่งโรงพยาบาล
ผมรีบไปที่โรงพยาบาลอธิษฐานเผื่อ
แพทย์เอาฟิล์มเอกซเรย์มาให้ดูปรากฏใน ฟิล์ม
มีภาพกลุ่มก้อนเลือดประมาณเท่าลูกมะนาว
หมอบอกว่าถ้าเลือดไม่หยุดไหลก็ต้องผ่าตัด
ซึ่งหมอไม่อยากจะผ่าเพราะคุณลุงอายุมากแล้ว
ถาม ต่อไปว่าถ้าไม่ต้องผ่าเพราะเลือดหยุดไหลแล้ว
แต่ส่วนใหญ่ก็เข้มแข็งในพระเจ้า
ที่ ไม่เข้มแข็งก็เป็นเหตุทำให้คุณพ่อทั้งสองบ้านที่ซื้อห้องแถวติดกันผิดใจกัน ด้วยเป็นคนมาจากกลุ่มแสวงโชค ( เขาเรียกกลุ่มคนอพยพเข้าเพชรบูรณ์ในช่วงเปิดป่า ) ก็เลยมีลักษณะนักเลงไม่ยอมใครง่าย ๆ
เค้าก็เลยไม่ค่อยถูกกัน
เวลามีแคร์ถ้าเปิดบ้านน้องสาวพี่เขยก็ไม่มา แต่พี่สาวมา
และถ้าเปิดแคร์ที่บ้านพี่สาวน้องเขยหรือเขยเล็กก็ไม่มามาแต่น้องสาว
เป็นอย่างนี้มาตลอด ผู้นำเปลี่ยนมาแล้ว 6 สมัย 6 ท่านแล้ว
จนถึงสมัยผมเป็นคนที่ 7 ( เลขสวยเชียว )
มีเรื่องหนึ่งเกิดขึ้น เพราะท่านเขยเล็กค่อนข้างมีฐานะที่ดีกว่า
มีที่ดินเยอะ ทำไร่ไว้ที่บนเขาบ้านวังทอง ลุงเค้าก็ชอบขับรถยนต์บ้าง
มอเตอร์ไซค์บ้างเดินทางไปที่ไร่เพื่อตัดใบตองมาให้ภรรยาทำขนม
บางทีก็ไปตัดหญ้า ปลูกลำไย ลิ้นจี่ และพืชสวนมากมาย
ก็เป็นคนรักการเข้าป่าทำไร่ ชอบชีวิตอย่างนี้แล้วก็มีความสุขตามสมควร
วันหนึ่งเกิดเหตุที่เราตกใจและต้องอธิษฐานเผื่อกันทั้งคริสตจักร
เมื่อทราบว่าคุณลุงความดันโลหิตขึ้นสูงจนเส้นโลหิตแตกในสมอง
ขณะขับรถมอเตอร์ไซค์กลับจากไร่
รถล้มนอนอยู่ข้างทางนานมากจนคนมาพบแล้วนำส่งโรงพยาบาล
ผมรีบไปที่โรงพยาบาลอธิษฐานเผื่อ
แพทย์เอาฟิล์มเอกซเรย์มาให้ดูปรากฏใน ฟิล์ม
มีภาพกลุ่มก้อนเลือดประมาณเท่าลูกมะนาว
หมอบอกว่าถ้าเลือดไม่หยุดไหลก็ต้องผ่าตัด
ซึ่งหมอไม่อยากจะผ่าเพราะคุณลุงอายุมากแล้ว
ถาม ต่อไปว่าถ้าไม่ต้องผ่าเพราะเลือดหยุดไหลแล้ว
ไม่ไหลเข้าไปสะสมมากกว่านี้แล้ว อาการจะเป็นอย่างไร
หมอบอกว่าก็คงต้องส่งผลการเดินเหินลำบากเบาะ ๆ ก็อัมพฤติ
พวกเราอธิษฐานวางมือที่นั่น
หลังจากนั้นคุณลุงก็ออกจากโรงพยาบาล
ขอบคุณพระเจ้าหายเร็วจริง ๆ อาทิตย์เดียวมั๊งเท่าที่ผมจำได้
อาการเดินเหินปกติ ติดอาการบ้างตรงที่พูดช้าและเดินช้ากว่าเดิม
.... แต่อย่างหนึ่งที่เห็นพระพรซ่อนอยู่เหนือวิกฤติ
เช้าวันอาทิตย์วันหนึ่ง พี่น้องทั้งคริสตจักรแทบไม่เชื่อสายตาตนเองว่า
ภาพที่เห็นข้างหน้าคริสตจักรจะเกิดขึ้นจริง
คือ คู่เขยทั้งสองมายืนที่หน้าโบสถ์ด้วยกัน มารถสามล้อเครื่องคันเดียวกัน
อัศจรรย์ที่เรารอมา16 ปี ทั้งคู่คืนดีกัน
คุณ ลุงเขยเล็กขับรถไม่ได้แล้วต้องมารถสองแถวเพื่อมานมัสการที่คริสตจักร
หลังจากนั้นคุณลุงก็ออกจากโรงพยาบาล
ขอบคุณพระเจ้าหายเร็วจริง ๆ อาทิตย์เดียวมั๊งเท่าที่ผมจำได้
อาการเดินเหินปกติ ติดอาการบ้างตรงที่พูดช้าและเดินช้ากว่าเดิม
.... แต่อย่างหนึ่งที่เห็นพระพรซ่อนอยู่เหนือวิกฤติ
เช้าวันอาทิตย์วันหนึ่ง พี่น้องทั้งคริสตจักรแทบไม่เชื่อสายตาตนเองว่า
ภาพที่เห็นข้างหน้าคริสตจักรจะเกิดขึ้นจริง
คือ คู่เขยทั้งสองมายืนที่หน้าโบสถ์ด้วยกัน มารถสามล้อเครื่องคันเดียวกัน
อัศจรรย์ที่เรารอมา16 ปี ทั้งคู่คืนดีกัน
คุณ ลุงเขยเล็กขับรถไม่ได้แล้วต้องมารถสองแถวเพื่อมานมัสการที่คริสตจักร
เขยผู้พี่ก็เป็นห่วงกลัวหกล้มเพราะยังไม่หายดีก็เลยประคองพากันเดินจากท่ารถ
ขึ้นสามล้อมาที่คริสตจักร เป็นภาพที่ประทับใจ
จริง ๆ ทั้งสองท่านก็คงรักผูกพันกันดีอยู่แต่เนื่องจากเหตุบางอย่าง
ก็เลยไม่มี โอกาสแสดงความรักกันและกัน
แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ต้องสำแดงความรักของพระ เจ้า
ทั้งสองก็เป็นเกลอกันเหมือนเดิม
นี่แหละครับ เพื่อนเกลอไม่ทิ้งกันยามยากลำบาก
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น