วันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

คุณรักมากพอไหม


ผมเป็นนักเดินทาง การยกกล้องขึ้นเก็บภาพแต่ละภาพเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำ อ้อ จำแม่นมากนับเกือบร้อยปีผมก็ไม่ได้ลืมเรื่องราวที่ผมคิดจะจำเลยเชียวแหละ..เมื่อสักไม่นานมานี้ผมได้นำเอาเรื่องราวที่เจตนาอยากจะเล่าอีกมุมนึงที่ผมมองเห็น(แน่นอนไม่ใช่มุมปกติที่คนทั่วไปจดจำแน่)มาบันทึกเป็นวิดิทัศน์เพื่อบอกเล่าให้คนได้จดจำร่วมกันกับพวกเรา ..ประเด็นก่อนจะให้ถ่ายทำนั้นมีแรงบันดาลใจจากเหตุการณ์ที่ผมเดินทางไปที่จังหวัดอ่างทอง มีโอกาสไปรับสามีภรรยาสูงอายุก็ที่เราเรียกว่าตา-ยาย จากข้อมูลที่ได้ยินได้ทราบและการสังเกตที่พบ ก็่าจะเป็นอดีตคนมีตังค์ของย่านนั้นเป็นเจ้าของสวน เป็นครอบครัวอดีตข้าราชการท้องถิ่นที่มีอันจะกิน มีบ้านไม้ทรงไทยเรือนแฝดหลังใหญ่ก็น่าจะเก่าที่สุดในย่านนั้น คุณตาป่วยเป็นอัมพฤติระดับนอนติดเตียง เป็นเหตุให้คุณยายไปไหนไม่ได้ ต้องทำสวนใกล้ ๆ และมีรายได้แค่วันละร้อยกว่าบาท เอ้อ จริง ๆ นะผมเนี่ย มองเห็นเลยว่าแหมคุณยายมาผลิตขนมไทยโบราณขายที่ตลาดเพชรบูรณ์เนี่ยทำรา่ยได้วันละหลายพันเชียวฝีมือและความเข้าใจความชำนาญรสชาติดั้งเดิมแบบนี้ ไม่มีเหลือมากนักแล้ว แต่เพราะเค้ารักกัน ความรักที่มากพอ ทำให้อีกคนนึงยอมให้ทั้งชีวิืตกับอีกคนหนึ่ง เปื้อนเปลอะเลอะเทอะอุจจาระ ปัสาวะ นอนในห้องที่มีกลิ่นของเสียของคนที่รัก ยอมละทิ้งความมั่งมี ร่ำรวย ความสนุกสนาน สะดวกสบาย เพราะรักคนคนนึงที่แก่แล้ว จำอะไรไม่ได้แล้ว เดินไม่ได้แล้ว ไม่หล่อแล้ว ไม่มีอะไรดี ๆ ให้ค้นหานอกจากความทรงจำว่า เรารักกันนะ แบกขึ้นรถ ยายก็หัวเราะ พูดคุยกับตาก็เต็มไปด้วยความสุข ทำอาหารให้กินก็บรรจงทำอย่างปราณีตทุกอริยาบท มาจากเพราะฉันรักเธอ ฉันรักสิ่งที่ฉันทำ โลกเอ่ยโปรดทราบเถิดว่าความสุขของคนไม่ได้อยู่ที่สารพัดปัจจัยแวดล้อมดอก มันมากจากหัวใจที่เลือกที่จะรักใคร รักอะไร และมันรักมากพอไหม ? (คนในภาพไม่ใช่คนในเรื่องครับ คนในภาพอยู่ชัยนาท เค้ารักกันมากพอ ๆ กะคนในเรื่องแหละ แต่ผมไม่ได้ทราบรายละเอียดเท่าคนในเรื่อง) เดี๋ยวพรุ่งนี้จะมาต่อภาคสอง ของเนื้อหาอีกคู่นึง ที่เป็นคนในเรื่องของวิดิทัศน์ที่จะถ่ายทำอาทิตย์หน้า(ความรักที่เคลื่อนพลังแห่งการกอบกู้ชายอันเป็นที่รักที่เสียชีวิตไปแล้วสามชั่วโมงให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น