เรื่องเล่าจากบ้านนอก ..ด้วยความจำกัดกว่า
มีผู้สนใจเข้ามาในคริสตจักรหนาแน่นมากกว่าทุกวัน
ก็อย่างนี้ทุกปีแหละ ถึงช่วงฤดูหนาวก็เข้าสู่เทศกาลการแสวงหาพระเจ้า
เพราะองค์ประกอบหลาย ๆ อย่างเอื้ออำนวย
"สวัสดีครับป้ามาลัย"
ผมทักทายหญิงสูงอายุท่าน หนึ่ง ในชุดสีออกน้ำตาล ๆ
อันเป็นสีประจำตัวคุณเสียส่วนใหญ่ คิดในใจว่า เอ วันนี้มาที่นี่ได้อย่างไร
เพราะปกติคุณป้าไปนมัสการที่เพชรบูรณ์ วันนี้มาหล่มสัก
หลังจากนั้นเราก็เข้าสู่วาระนมัสการพระเจ้าจนเสร็จการประชุมนมัสการในวัน อาทิตย์นั้น
"ชัยพี่น้องกลับหมดแล้วยัง"
ผมถามพรชัย ทีมงานของคริสตจักร
"ยัง ครับ ป้ามาลัยยังอยู่ คงมีเรื่องอยากคุยกับอาจารย์มั้ง"
.... ที่จริงผมลืมสังเกตเห็นป้ามาลัยที่นั่งอยู่ ห้อง พพช.ด้านนอก
คริสตจักรที่เราอยู่เป็นบ้านหลังใหญ่ สองชั้นกว้างมาก พอสมควร
ทีมงานของคริสตจักรมีเวลานั้น 12 คน
พอเสร็จนมัสการพี่น้องก็ยังไม่กลับหมดเลยทีเดียว
จะยังอยู่พบปะพูดคุยแม้ไม่ มีโปรแกรมอื่น และวันนี้ก็เช่นกัน
แต่พิเศษหน่อยตรงที่มีคุณป้าท่านหนึ่งอยู่และดูเหมือนมีเรื่องสำคัญที่อยาก จะคุยด้วย
"ป้าสบายดีหรือ" ผมถามนำ
คุณป้าก็ยิ้ม ที่ยิ้มก็รู้ครับเพราะผมทราบว่าป้าป่วยมาแล้ว 10 กว่าปี
เป็นมะเร็งที่ทรวงอก ผ่านการฝ่าตัดและเคมีบำบัด
จนเส้นผมบนศีรษะท่านแทบไม่เหลือ สภาพภายนอกดูอ่อนแรง
คงมีแต่บุคลิกภาพที่กระชับกระเฉง มีความหวัง ใจเสมอ
"ป้าก็ไม่ค่อยสบายนักหรอก ยิ่งเวลานี้เข้าฤดูหนาว
ตกกลางคืนมันปวดทรมานมาก
เมื่อก่อนทางโรงพยาบาลให้ยาแก้ปวดอย่างแรงที่สุด
ตกวันละ 600 บาท ให้ทานก็พออยู่ได้
วันนี้โครงการ 30 บาท มาถึง งบประมาณไม่มีให้สำหรับป้า
เพราะเดิมป้าใช้บัตร 500 บาท ต่อปี
ทางโรงพยาบาลยังสามารถจัดงบให้ได้
.... เฮ้อ มอบไว้กับพระเจ้าแล้วกัน"
"สวัสดีครับป้ามาลัย"
ผมทักทายหญิงสูงอายุท่าน หนึ่ง ในชุดสีออกน้ำตาล ๆ
อันเป็นสีประจำตัวคุณเสียส่วนใหญ่ คิดในใจว่า เอ วันนี้มาที่นี่ได้อย่างไร
เพราะปกติคุณป้าไปนมัสการที่เพชรบูรณ์ วันนี้มาหล่มสัก
หลังจากนั้นเราก็เข้าสู่วาระนมัสการพระเจ้าจนเสร็จการประชุมนมัสการในวัน อาทิตย์นั้น
"ชัยพี่น้องกลับหมดแล้วยัง"
ผมถามพรชัย ทีมงานของคริสตจักร
"ยัง ครับ ป้ามาลัยยังอยู่ คงมีเรื่องอยากคุยกับอาจารย์มั้ง"
.... ที่จริงผมลืมสังเกตเห็นป้ามาลัยที่นั่งอยู่ ห้อง พพช.ด้านนอก
คริสตจักรที่เราอยู่เป็นบ้านหลังใหญ่ สองชั้นกว้างมาก พอสมควร
ทีมงานของคริสตจักรมีเวลานั้น 12 คน
พอเสร็จนมัสการพี่น้องก็ยังไม่กลับหมดเลยทีเดียว
จะยังอยู่พบปะพูดคุยแม้ไม่ มีโปรแกรมอื่น และวันนี้ก็เช่นกัน
แต่พิเศษหน่อยตรงที่มีคุณป้าท่านหนึ่งอยู่และดูเหมือนมีเรื่องสำคัญที่อยาก จะคุยด้วย
"ป้าสบายดีหรือ" ผมถามนำ
คุณป้าก็ยิ้ม ที่ยิ้มก็รู้ครับเพราะผมทราบว่าป้าป่วยมาแล้ว 10 กว่าปี
เป็นมะเร็งที่ทรวงอก ผ่านการฝ่าตัดและเคมีบำบัด
จนเส้นผมบนศีรษะท่านแทบไม่เหลือ สภาพภายนอกดูอ่อนแรง
คงมีแต่บุคลิกภาพที่กระชับกระเฉง มีความหวัง ใจเสมอ
"ป้าก็ไม่ค่อยสบายนักหรอก ยิ่งเวลานี้เข้าฤดูหนาว
ตกกลางคืนมันปวดทรมานมาก
เมื่อก่อนทางโรงพยาบาลให้ยาแก้ปวดอย่างแรงที่สุด
ตกวันละ 600 บาท ให้ทานก็พออยู่ได้
วันนี้โครงการ 30 บาท มาถึง งบประมาณไม่มีให้สำหรับป้า
เพราะเดิมป้าใช้บัตร 500 บาท ต่อปี
ทางโรงพยาบาลยังสามารถจัดงบให้ได้
.... เฮ้อ มอบไว้กับพระเจ้าแล้วกัน"
"มีอะไรที่ผมช่วยได้ไหม"
ผมถามเพราะสังเกตดูว่าป้าเค้าอยากให้ช่วยอะไรบางอย่าง
"ป้า รับใช้พระเจ้ามานานกว่า 30 ปี นำคนรับเชื่อมาก็เยอะ
แต่ป้าไม่เคยตั้งคริสตจักรไว้เลยสักที่หนึ่ง อาจารย์
ป้ามีลูกแกะที่นำรับเชื่อเมื่อ 18 ปี ที่แล้วอยู่ประมาณ 10 – 20 คน
ที่ อ.น้ำหนาว อาจารย์เราไปติดตามเขาแล้วตั้งคริสตจักรดีไหม"
"ดี ๆ ครับ ..ดี"
ขณะที่ตอบก็จินตนาการ ถึงน้ำหนาว เส้นทางสูงชัน
ป่าจริง ๆ ป่าที่เราพยายามบุกเบิกเข้าไปหลาย ๆ ครั้ง
แต่เนื่องจากเมืองที่มาแต่ประชากรไหลออกไม่ไหลเข้า
ข้าราชการไปอยู่เพื่อเอาตำแหน่งแล้วขอย้ายออก
ประชากรที่มีแต่ชื่อในทะเบียนบ้านแต่ตัวทำงานอยู่ที่กรุงเทพ
มีความจำกัดหลาย ๆ อย่าง แต่วันนี้เราพบโอกาสแล้ว
และน่าจะเป็นโอกาสอีกครั้งที่นำเสนอมาโดยคุณป้าท่าน
หนึ่งซึ่งผมสัมผัสได้ว่าอีกไม่นาน คงอีกไม่นานที่ป้าจะกลับไปแล้ว
พี่น้องในโบสถ์ไม่ค่อยมีคนทราบว่าป้าเค้าป่วยหนักหรอก
เพราะป้าไม่แสดงอาการ ไม่เคยเล่าให้ใครฟังมากนัก
เกรงไม่เป็นที่หนุนน้ำใจ จะเล่าให้ฟังเฉพาะผู้นำ
ผมรู้ถึงความจำกัดของสิ่งที่เราจะต้องเผชิญร่วมกันต่อไปนี้
แต่เมื่อผู้หนึ่งผู้ใดปรารถนาอยากที่จะรับใช้พระเจ้า
ในฐานะเราเป็นคนที่เตรียมธรรมิกชนเพื่อจะรับใช้
ต้องตอบสนองโดยสร้างงานรับ ใช้หรือมีส่วนให้ท่านผู้นั้นรับใช้ในบทบาทของเขา
ตกลงเราเอาไงดีครับ ลุยเลยไหม ผมตอบสนองคำขอ พฤหัสนี้เลย
อีก 4 วันต่อมาผมขับรถย้อนกลับไปรับป้าที่บ้านธารทิพย์
ระยะทางห่างจากคริสตจักร 18 กม. แล้วเดินทางย้อนกลับ
ตามเส้นทางหลวงแผ่นดินมุ่งตรงเข้า อำเภอหล่มเก่า ถึงแยกบ้านกกกะทอน
เลี้ยวขวาไปตามทางขึ้นภูเขาสู่อำเภอน้ำหนาว ทางชันเอาเรื่อง
มิหนำซ้ำ ไหล่ทางขาดบ้าง เหลือครึ่งหนึ่งบ้าง เป็นหลุมเป็นบ่อ
มาสด้า 323 รุ่น 25 ปี ที่แล้วก็วิ่งไปด้วยความซื่อสัตย์ ( สำหรับวันนี้ )
วันนี้ไปไม่มากคนนัก มีผม ภรรยา และคุณป้ามาลัย
ใจก็อยากจะพาคนไปมากกว่านี้แต่เกรงว่า ไอ้ตอนขาขึ้นพอได้
แต่ตอนขาลงเบรครถที่ทำงานเพียง 2 ล้อครึ่งจะเอาไม่อยู่
คือรถมี 4 ล้อ แต่เบรกทำงานเต็มที่แค่ 2 ล้อ กับอีกครึ่งล้อ
ระยะเดินทางจากหล่มสักไปหลักด่านบ้านพี่น้องที่เราทำกลุ่มสร้างสรรค์ชีวิต 86 กม.
ขับไปเรื่อย ๆ น่าเห็นใจที่พี่น้องต้องโดดเดี่ยวมาตลอดระยะเวลา 18 ปี
เพราะทางค่อนข้างยากจริง ๆ ( เท่าที่ผมเดินทางไปดูแลพี่น้องที่นั่น
ก็พบรถคันอื่นประสบอุบัติเหตุเรื่อย ๆ และครั้งหนึ่งในนั้นก็เป็นรถผมเอง
ขอบพระคุณพระเจ้าผมและผู้โดยสารไม่เป็นอะไรสักนิด แค่ล้อหลังหลุด
ไปตามรถยกยกกลับบ้านใส่ล้อใหม่วิ่งต่อได้ )
เดินทางไปที่บ้านพี่น้องวันนั้นเราก็ถามหาบ้านพี่น้องคริสเตียนว่า
"บ้านยายเสาอยู่ไหน" คนถูกถามทำหน้างง ๆ ถามกลับว่า
"เสาได๋ไหละ" (ภาษาลาวหล่มแปลว่า เสาไหน)
ผมก็เลยนึกขึ้นได้ว่าพวกเราจะมีลักษณะโดดเด่นอย่างหนึ่งเลยตอบว่า
"ยายเสาพระเยซูไง"
คราวนี้เลยกระจ่างชัดแจ๋วแหว๋วเลยคนนั้นได้รับคำตอบทันที
จากคำว่าเสาพระเยซู แสดงว่ายืนหยัดจริง ๆ คนรู้ว่าเชื่อพระเยซู
พวกเราเลยหาบ้านยายเสา พบบ้านพี่น้อง วันนั้น ประมาณ 19.00 น.
เรานมัสการกลุ่มย่อยที่บ้านลูกสาวของยายเสา ชื่อหนูนิด
ชื่อจริงนะครับว่าหนูนิดไม่ใช่นิดเฉย ๆ จะเรียกเต็มยศก็ต้องเรียกหนูนิด.
...เพลงแรกที่เรานมัสการผมจำได้เพราะนำเอง ....สอนเอง
คือ "เพลงพระคุณพระเจ้า คีย์ G พอร้องปุ๊บ เสียงประสานก็ตอบรับ
หน้าห้องประชุมทันที โบร๋ว ฮ้ง ๆ โบร๋ว บ้านชั้นเดียวข้างนอกมืดตึ๊ดดื่อ
พี่น้องมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เอาหละเพลงคีย์ G เหมือนกัน
ใน ...พระนามพระเยซู ๆ ๆ ... ฤทธิ์อำนาจมีในโลหิตพระคริสต์
คราวนี้เงียบกริบเลย สงสัยเสียงผมดังกว่าหรือเปล่าไม่รู้
( พูดเล่นครับที่จริงสัมผัสได้ว่ามีอำนาจมืดครอบงำหมู่บ้าน และมันก็เผ่นกระเจิง )
พอประมาณ 3 ทุ่มครึ่ง เราเดินทางกลับ บทรถผมก็พูดในคำสนทนาว่า
"เราน่าจะมีพี่น้องสักคนหนึ่งจากคริสตจักรหล่มสัก
มาเยี่ยมพี่น้องใช้เวลาร่วมกันกับพี่น้องอย่างน้อย 2-3 วัน
เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ เพราะเท่าที่ผ่านมาพี่น้องถูกทอดทิ้งมานาน
จนไม่มั่นใจว่าคราวนี้พวกเราจะยืน หยัดและอยู่เคียงข้างพี่น้องตลอดไปหรือไม่
ครั้นจะสร้างผู้นำท้องถิ่นก็มองหาค่อนข้างยาก
เพราะเมืองนี้เป็นเมืองที่คน ไหลออก หนุ่มสาวเดินทางออกจากบ้านไปทำงาน
ไร่นาเป็นเรื่องของผู้สูงอายุที่ต้องอยู่ที่นี่ คอยเลี้ยงดูลูกหลานและทำไร่ ขิง ไร่ข้าวโพด
ปลูกข้าวไร่ ซึ่งก็ไม่ค่อยมีผลกำไรอะไรมากนัก ดินที่นี่เป็นดินที่หน้าดินตื้น
เขาสูงชัน ปลูกอะไรในระยะยาวไม่ค่อยได้ผลมากนัก แต่เมื่อตั้งรกรากแล้ว
ก็ยืนหยัดอยู่ต่อไป ข้าราชการก็มาเพียงแค่บรรจุงานใหม่
หรือเพื่อเอาตำแหน่ง 2 ปีก็ย้ายลงไปบ้านตน คนพื้นที่เอง
ก็จะหาที่มีคุณภาพเพียงพอจะเป็นผู้นำค่อนข้างยาก
พี่น้อง เลยอยู่อย่างปราศจากผู้นำ ( นับตั้งแต่ผู้นำคนแรกไปอยู่กับพระเจ้า
เมื่อ 18 ปี ที่แล้ว ก็ไม่มีผู้นำและการจัดประชุมนมัสการอีกเลย )
น่าจะมีคนมาอยู่กับพี่น้องสัก 2 – 3 วันเน๊อะ ".......
ผม พูดแค่นี้ก็ ไม่ได้คิดอะไรมาก พูดไปงั้นแหละกำลังคิดว่าจะใช้ใครดีหนอ
แล้วก็เดินทางไปส่งป้ามาลัยที่บ้านแล้วกลับมานอนที่คริสตจักร
วันพฤหัสต่อมาผมก็เดินทางไปรับป้ามาลัยเช่นเคย พอภรรยาผมเดินลงไปเรียกที่บ้าน
พบว่าบ้านปิด
"อ้าวไปไหนหนอ อุตสาห์ขับรถย้อนมารับไปไหนซะแล้ว หรือว่าป่วยไปอยู่โรงพยาบาล"
ผมพูดเปรย ๆ
"ไม่หรอกมั้งเพราะวันอาทิตย์ยังแข็งแรงอยู่เลย"... ภรรยาผมพูดแล้วก็เดินขึ้นรถ
"ไปเหอะบ่ายมากแล้ว"... ผมออกปากบอกให้ออกเดินทาง
พอเวลาประมาณ 5 โมงเย็นผมมาถึงบ้านหนูนิดที่ทำกลุ่ม
พบว่าป้ามาลัยมาอยู่ที่นั่นก่อนหน้าแล้ว มาต้องแต่วันจันทร์ อยู่กับพี่น้อง
สอนสร้างหนุนน้ำใจ ที่นั่นตลอดเวลา 3 วัน โห คนป่วยนะครับ
อากาศหนาวเย็นอย่างนี้แล้วที่เนื้อมะเร็งกินเข้าถึงกระดูกชายโครง
ป้าเคยบอกว่าเจ็บมากและก็น้ำหนาวนะครับใครก็รู้ว่าหนาวขนาดไหน
อยู่ที่นั่น 3 คืนเชียว .. อีกอย่างพี่น้องเมื่ออยู่ที่ไร่ต้องเดินไปตาม
ไปสอน ไปอธิษฐานเผื่อแต่ละท่านต้องเดินเท้าไปหลาย กม.
เพื่อพบและระดมคนมาที่บ้านเพื่อนมัสการพระเจ้าร่วมกัน
ในความจำกัดที่ไม่เคยจำกัดคนของพระเจ้าได้ ผมอึ้งไปเลย
แต่เรารู้สัญญาระหว่างผมกับป้ามาลัย เราต้องตั้งคริสตจักร
เวลาผมยังมีอยู่แต่เวลาป้ามาลัยเค้าแทบไม่เหลือแล้ว
ตุลา พย. ธค. 3 เดือน เราไปทุกวัพฤหัสบดี
และมีครั้งหนึ่งในเดือนพฤศจิกายน เงินค่าน้ำมันรถมีแค่ 150 บาท
ผมสามารถเดินทางไปน้ำหนาวได้โดยไม่ต้องย้อนกลับไปรับป้าที่ธารทิพย์
คือธารทิพย์บ้านป้ามาลัยอยู่ห่าง 18 กม.จากคริสตจักร ไปกลับเพิ่มอีก 36 กม
เท่ากับประมาณ 50 บาท ไปน้ำหนาม 80 กม.ประมาณ 150 บาท
ในความหมายที่ผมทราบแก่ใจคือ 150 บาท ไปรับป้ามาลัยไม่ได้
และถ้าผมไม่รับป้ามาลัยผมก็สามารถไปได้เลย ผมมีทีมงานและทีมงาน
ที่ผมมีก็สามารถทำงานหลายอย่างได้ดีกว่าคุณป้า
เพราะทีมเรามีถึง 12 คนขณะนั้น แต่สัญญาก็คือสัญญา
ไม่สำคัญที่ใครจะไป แต่สำคัญที่คนหนึ่งปรารถนาอย่างยิ่ง
ที่จะใช้เวลาที่เหลืออย่างทรงคุณค่าที่ สุด
ไปก็ไป ผมตัดสินใจไปรับป้ามาลัย ไม่เอาภรรยาไป
ไม่เอาคนอื่นไป เพราะผมรู้ว่ากลับไม่ถึงบ้านแน่นอน
วันนั้นผมเดินทางไปร่วมนมัสการที่บ้านพี่น้องที่น้ำหนาวขัยช้า ๆ ไม่เปิดแอร์ ลงเกียร์ว่าง
ไม่พูดอะไร เฉย ๆ ไปส่งป้ามาลัยเสร็จอธิษฐานขยายน้ำมันให้ถึงบ้าน
10 กม 9 8 7 6 5 เกือบถึงบ้านแล้วดึกแล้วด้วย ที่ดึกเพราะขับช้ากลัวไม่ถึง
อธิษฐานกับพระเจ้า 4 กมเกือบถึงแล้วขอบพระคุณพระเจ้า
คึ่ก ๆ ๆ ๆ แหง๊ก ๆ ๆ นิ่งสนิทหน้าศูนย์อีซูสุ ผมยิ้มเลยแหะ
เคยหัวเราะอาจารย์ตุ๊กทิพาว่าแข็งแรงพระเจ้าเลยให้ถีบจักรยานไปกลับ 40 กม.
เราอ่อนแอพระเจ้าไม่ให้ถีบจักรยานและอีกอย่างก็ถีบจักรยาน
ไม่เป็นขอบคุณพระ เจ้า พระเจ้ารักเรา
ตอนนี้เสร็จเฉยน้ำมันหมดถีบจักรยานก็ไม่เป็น
โทรศัพท์ บัตรเติมเงินก็หมด เดินสิครับ เดิน ๆ ๆ ๆ
ขอบพระคุณพระเจ้าที่ได้รับทราบบรรยากาศการเดิน
ไม่เสียใจ ไม่ทุกข์ใจ แต่ภาคภูมิใจที่มีส่วนในการสนับสนุนให้เวลาที่เหลืออยู่
ของหญิงชราท่านหนึ่ง ถูกใช้ไปอย่างมีค่าที่สุดเท่าที่ผมมนุษย์คนหนึ่งพึงจะสนับสนุนได้
พอถึงเดือน มกราคม ป้ามาลัยลาไปอยู่ราชบุรี มอบ สคส.ให้กับพี่น้องลุกคน
สคส.ไม่สวยมากนักในสายตามนุษย์ เป็นการ์ดอวยพรคริสตมาส
และฝากคริสตจักรความหวังน้ำหนาวให้กับเราในคริสตจักรหล่มสักทุก ๆ คน
ทุกคนที่น้ำหนาว ทุกคนที่หล่มสักได้รับการ์ด เป็นการ์ดที่คุณป้าทำอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
ตัดจากปกสมุดบ้าง ปฏิทินบ้าง การ์ดเก่าบ้าง เขียนด้วยความตั้งใจ
และที่เขียนมอบให้ผมบอกว่า อาจารย์ป้าทำได้แล้ว
ช่วยดูแลรักษาเลี้ยงดูลูกแกะของให้ป้าด้วย ป้าไปแล้วคงไม่กลับมาอีกแล้ว
ขอพระเจ้าอวยพรให้อาจารย์เกิดผลมาก ๆ ทั้งครอบครัว
ป้าไม่มีอะไรเป็นที่ระลึกนอกจากที่ร่วมกันรับใช้พระเจ้า
ไม่มีอะไรจะให้นอกจากคำอธิษฐานเผื่อ ป้าอธิษฐานเผื่อให้อาจารย์มีเงินซ่อมรถ
หรือไม่ก็ได้รถใหม่ .... ( รถผมเป็นมาสด้า 323 รุ่น 25 ปี ที่แล้ว
เบรค มี 2 ล้อครึ่ง สร้างวีรกรรมล้อหลุด เบรกแตก
เกียร์พัง น้ำแห้ง ครัชไม่ทำงาน มานับครั้งไม่ถ้วน
ป้าลุ้นด้วยทุกครั้งที่ไปด้วยแต่ก็ยังกล้าไปด้วย )
ป้าไม่กลับมาจริง ๆ เพราะป้ากลับไปแล้ว ล่วงหน้าไปก่อนเราหลาย ๆ คน
หลายท่านจำกัดการรับใช้เพราะเหตุผลยอดเยี่ยมหลาย ๆ เรื่อง
ที่เรากล่าวอ้างเพื่อไม่อยากรับใช้พระเจ้า แต่ป้าเค้าไม่เคยจำกัดเลย
แม้ในสายตามนุษย์ป้าจำกัดกว่าทุก ๆ คน จำกัดกว่าทุก ๆ คนจริง ๆ
แต่เรารู้สัญญาระหว่างผมกับป้ามาลัย เราต้องตั้งคริสตจักร
เวลาผมยังมีอยู่แต่เวลาป้ามาลัยเค้าแทบไม่เหลือแล้ว
ตุลา พย. ธค. 3 เดือน เราไปทุกวัพฤหัสบดี
และมีครั้งหนึ่งในเดือนพฤศจิกายน เงินค่าน้ำมันรถมีแค่ 150 บาท
ผมสามารถเดินทางไปน้ำหนาวได้โดยไม่ต้องย้อนกลับไปรับป้าที่ธารทิพย์
คือธารทิพย์บ้านป้ามาลัยอยู่ห่าง 18 กม.จากคริสตจักร ไปกลับเพิ่มอีก 36 กม
เท่ากับประมาณ 50 บาท ไปน้ำหนาม 80 กม.ประมาณ 150 บาท
ในความหมายที่ผมทราบแก่ใจคือ 150 บาท ไปรับป้ามาลัยไม่ได้
และถ้าผมไม่รับป้ามาลัยผมก็สามารถไปได้เลย ผมมีทีมงานและทีมงาน
ที่ผมมีก็สามารถทำงานหลายอย่างได้ดีกว่าคุณป้า
เพราะทีมเรามีถึง 12 คนขณะนั้น แต่สัญญาก็คือสัญญา
ไม่สำคัญที่ใครจะไป แต่สำคัญที่คนหนึ่งปรารถนาอย่างยิ่ง
ที่จะใช้เวลาที่เหลืออย่างทรงคุณค่าที่ สุด
ไปก็ไป ผมตัดสินใจไปรับป้ามาลัย ไม่เอาภรรยาไป
ไม่เอาคนอื่นไป เพราะผมรู้ว่ากลับไม่ถึงบ้านแน่นอน
วันนั้นผมเดินทางไปร่วมนมัสการที่บ้านพี่น้องที่น้ำหนาวขัยช้า ๆ ไม่เปิดแอร์ ลงเกียร์ว่าง
ไม่พูดอะไร เฉย ๆ ไปส่งป้ามาลัยเสร็จอธิษฐานขยายน้ำมันให้ถึงบ้าน
10 กม 9 8 7 6 5 เกือบถึงบ้านแล้วดึกแล้วด้วย ที่ดึกเพราะขับช้ากลัวไม่ถึง
อธิษฐานกับพระเจ้า 4 กมเกือบถึงแล้วขอบพระคุณพระเจ้า
คึ่ก ๆ ๆ ๆ แหง๊ก ๆ ๆ นิ่งสนิทหน้าศูนย์อีซูสุ ผมยิ้มเลยแหะ
เคยหัวเราะอาจารย์ตุ๊กทิพาว่าแข็งแรงพระเจ้าเลยให้ถีบจักรยานไปกลับ 40 กม.
เราอ่อนแอพระเจ้าไม่ให้ถีบจักรยานและอีกอย่างก็ถีบจักรยาน
ไม่เป็นขอบคุณพระ เจ้า พระเจ้ารักเรา
ตอนนี้เสร็จเฉยน้ำมันหมดถีบจักรยานก็ไม่เป็น
โทรศัพท์ บัตรเติมเงินก็หมด เดินสิครับ เดิน ๆ ๆ ๆ
ขอบพระคุณพระเจ้าที่ได้รับทราบบรรยากาศการเดิน
ไม่เสียใจ ไม่ทุกข์ใจ แต่ภาคภูมิใจที่มีส่วนในการสนับสนุนให้เวลาที่เหลืออยู่
ของหญิงชราท่านหนึ่ง ถูกใช้ไปอย่างมีค่าที่สุดเท่าที่ผมมนุษย์คนหนึ่งพึงจะสนับสนุนได้
พอถึงเดือน มกราคม ป้ามาลัยลาไปอยู่ราชบุรี มอบ สคส.ให้กับพี่น้องลุกคน
สคส.ไม่สวยมากนักในสายตามนุษย์ เป็นการ์ดอวยพรคริสตมาส
และฝากคริสตจักรความหวังน้ำหนาวให้กับเราในคริสตจักรหล่มสักทุก ๆ คน
ทุกคนที่น้ำหนาว ทุกคนที่หล่มสักได้รับการ์ด เป็นการ์ดที่คุณป้าทำอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
ตัดจากปกสมุดบ้าง ปฏิทินบ้าง การ์ดเก่าบ้าง เขียนด้วยความตั้งใจ
และที่เขียนมอบให้ผมบอกว่า อาจารย์ป้าทำได้แล้ว
ช่วยดูแลรักษาเลี้ยงดูลูกแกะของให้ป้าด้วย ป้าไปแล้วคงไม่กลับมาอีกแล้ว
ขอพระเจ้าอวยพรให้อาจารย์เกิดผลมาก ๆ ทั้งครอบครัว
ป้าไม่มีอะไรเป็นที่ระลึกนอกจากที่ร่วมกันรับใช้พระเจ้า
ไม่มีอะไรจะให้นอกจากคำอธิษฐานเผื่อ ป้าอธิษฐานเผื่อให้อาจารย์มีเงินซ่อมรถ
หรือไม่ก็ได้รถใหม่ .... ( รถผมเป็นมาสด้า 323 รุ่น 25 ปี ที่แล้ว
เบรค มี 2 ล้อครึ่ง สร้างวีรกรรมล้อหลุด เบรกแตก
เกียร์พัง น้ำแห้ง ครัชไม่ทำงาน มานับครั้งไม่ถ้วน
ป้าลุ้นด้วยทุกครั้งที่ไปด้วยแต่ก็ยังกล้าไปด้วย )
ป้าไม่กลับมาจริง ๆ เพราะป้ากลับไปแล้ว ล่วงหน้าไปก่อนเราหลาย ๆ คน
หลายท่านจำกัดการรับใช้เพราะเหตุผลยอดเยี่ยมหลาย ๆ เรื่อง
ที่เรากล่าวอ้างเพื่อไม่อยากรับใช้พระเจ้า แต่ป้าเค้าไม่เคยจำกัดเลย
แม้ในสายตามนุษย์ป้าจำกัดกว่าทุก ๆ คน จำกัดกว่าทุก ๆ คนจริง ๆ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น